กรมส่งเสริมวัฒนธรรม
เว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้
font size small font size normal font size big
หน้าแรก
Search


ข่าวสาร >> บทความ
วันศิลปินแห่งชาติ


 

             ๒๔ กุมภาพันธ์ อันตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ ๒) พระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีของไทย ซึ่งทรงได้รับการยกย่องให้เป็นพระปฐมบรมศิลปินแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ด้วยทรงมีพระปรีชาสามารถล้ำเลิศในศิลปกรรมหลายสาขา และเพื่อเป็นการแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติให้วันนี้ของทุกปีเป็น "วันศิลปินแห่งชาติ” โดยได้มีการประกาศเกียรติคุณแก่ศิลปินที่มีผลงานดีเด่นจนได้รับการยกย่องและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางให้เป็น "ศิลปินแห่งชาติ” ซึ่งตามเกณฑ์การพิจารณาของโครงการศิลปินแห่งชาติ โดยนับเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๘ จนถึงปัจจุบันมีศิลปินแห่งชาติที่ได้รับการประกาศชื่อแล้ว ๒๒๑ คน

            สำหรับหลักเกณฑ์การคัดเลือกศิลปินแห่งชาตินั้น  ประกอบด้วย ๓ หลักเกณฑ์ด้วยกัน  คือ

            เกณฑ์ที่ ๑.  คุณสมบัติของศิลปินแห่งชาติ ซึ่งมี ๖ ประการ  ได้แก่ เป็นผู้มีสัญชาติไทยและยังมีชีวิตอยู่ในวันตัดสิน / เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญ และมีผลงานดีเด่นเป็นที่ยอมรับของวงการศิลปะแขนงนั้น / เป็นผู้สร้างสรรค์และพัฒนาศิลปะแขนงนั้นๆ / เป็นผู้ผดุง ถ่ายทอดหรือเป็นต้นแบบศิลปะแขนงนั้น / เป็นผู้มีคุณธรรม และมีความรักในงานศิลปะของตน / และเป็นผู้มีผลงานที่ยังประโยชน์ต่อสังคมและมนุษยชาติ

           เกณฑ์ที่ ๒. คุณค่ามาตรฐานผลงานศิลปะของศิลปินแห่งชาติ เช่น  ผลงานต้องสื่อให้เห็นถึงคุณค่าในความดี  ความงาม  คุณค่าทางอารมณ์  สะท้อนความเป็นธรรมชาติ  หรือสถานภาพทางสังคม และวัฒนธรรมแห่งยุคสมัย  ค่านิยม จริยธรรม เอกลักษณ์ของท้องถิ่นและเอกลักษณ์ของชาติ/ผลงานสร้างสรรค์มีเอกลักษณ์เฉพาะตนไม่ลอกเลียนแบบจากผู้อื่นหรือมีกลวิธีเชิงสร้างสรรค์  เป็นต้น

           เกณฑ์ที่ ๓. การเผยแพร่และยอมรับคุณค่าผลงานของศิลปินแห่งชาติ ประกอบด้วย ผลงานที่ได้รับการจัดแสดงหรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนอย่างต่อเนื่อง มีหลักฐานอ้างอิง โดยเป็นผลงานที่แสดงให้เห็นถึงแนวคิด พัฒนาการทางงานศิลปะอย่างเด่นชัด / ผลงานได้รับรางวัลหรือเกียรติคุณระดับท้องถิ่น ระดับชาติ หรือระดับนานาชาติ ซึ่งมีกระบวนการพิจารณาเป็นมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับ การคัดเลือกศิลปินแห่งชาติ  จะคัดเลือกใน ๓ สาขา  ได้แก่

           ๑. สาขาทัศนศิลป์ หมายถึง ศิลปะที่มองเห็นได้ด้วยตา  แบ่งเป็น วิจิตรศิลป์  และประยุกต์ศิลป์ ส่วนที่เป็น วิจิตรศิลป์ ได้แก่  จิตรกรรม  ประติมากรรม  ภาพพิมพ์  สื่อผสม และภาพถ่าย ส่วนประยุกต์ศิลป์ ได้แก่ สถาปัตยกรรมแบบประเพณีและร่วมสมัย / มัณฑศิลป์ / การออกแบบผังเมือง / การออกแบบอุตสาหกรรม และประณีตศิลป์ เป็นต้น

           ๒. สาขาวรรณศิลป์  หมายถึง บทประพันธ์ที่แต่งอย่างมีศิลปะทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง  มีองค์ประกอบที่สำคัญคือ ความรู้สึกสะเทือนใจ ความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการและกลวิธีเสนอเรื่องที่น่าสนใจ

           ๓. สาขาศิลปะการแสดง หมายถึง ศิลปะที่มีการแสดง  ซึ่งเป็นได้ทั้งวิจิตรศิลป์  ประยุกต์ศิลป์ รวมทั้งศิลปะพื้นบ้าน ได้แก่ การแสดง ดนตรี และการแสดงพื้นบ้าน โดยแบ่งเป็น ๓ กลุ่ม คือ ๑. ดนตรีไทยและนาฏศิลป์ไทย ๒. ดนตรีสากลและนาฏศิลป์สากล ๓. ภาพยนตร์และละคร

            เมื่อทำการคัดเลือกและได้รับการพิจารณาเห็นชอบจากคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติเรียบร้อยแล้ว ศิลปินแห่งชาติที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติจะเข้ารับพระราชทานโล่และเข็มเชิดชูเกียรติจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (ผู้แทนพระองค์) ซึ่งเข็มเชิดชูเกียรติดังกล่าวมีความหมายว่า "ความเป็นปราชญ์ในความรู้ความสามารถของศิลปินที่ได้อุตสาหะอุทิศตนสร้างสรรค์ผลงานในด้านศิลปะไว้มากมายจนเป็นมรดกอันล้ำค่าทางวัฒนธรรมของชาติทั้งในสาขาวรรณศิลป์ ทัศนศิลป์และศิลปะการแสดง”

            สำหรับการคัดเลือกศิลปินแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๔ มีผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นศิลปินแห่งชาติ จำนวนทั้งสิ้น ๙ คน ได้แก่

            ๑. สาขาทัศนศิลป์

                 ๑.๑ นายเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์       (จิตรกรรม)                   

                 ๑.๒ นายเมธา บุนนาค                (สถาปัตยกรรม)

                 ๑.๓ นายทองร่วง เอมโอษฐ           (ประณีตศิลป์- ศิลปะปูนปั้น) 

            ๒. สาขาวรรณศิลป์

                 ๒.๑ นายประภัสสร   เสวิกุล          (นวนิยายและกวีนิพนธ์)

                 ๒.๒ นายสุชาติ  สวัสดิ์ศรี             (เรื่องสั้นและกวีนิพนธ์ )

            ๓. สาขาศิลปะการแสดง ได้แก่

                 ๓.๑ นางรัจนา  พวงประยงค์          (นาฏศิลป์ไทย - ละคร)

                 ๓.๒ นายนคร  ถนอมทรัพย์           (ดนตรีสากล - ประพันธ์และขับร้อง)

                 ๓.๓ นายเศรษฐา   ศิระฉายา         (ดนตรีไทยสากล - ขับร้อง)

                 ๓.๔ รองศาสตราจารย์ สดใส พันธุมโกมล  (ละครเวทีและละครโทรทัศน์)

            ทั้งนี้ ศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๕๔ ที่ได้รับการคัดเลือกจะเข้ารับพระราชทานโล่และเข็มเชิดชูเกียรติจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ณ            ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา ซึ่งตรงกับวันศิลปินแห่งชาติ และในวันดังกล่าวเวลา ๑๘.๐๐ – ๒๑.๓๐ น. จะมีงานเลี้ยงแสดงความยินดียกย่องเชิดชูเกียรติ พร้อมกับชมการแสดงของศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๕๔    ณ โรงละครอักษรา นอกจากนี้ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ยังได้จัดแสดงนิทรรศการเชิดชูเกียรติศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๕๔ ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ตั้งแต่วันที่ ๒๔ – ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ โดยจะมีพิธีเปิดนิทรรศการอย่างเป็นทางการในวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ เวลา ๑๓.๐๐ น. ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน 

            กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จึงขอเชิญชวนเยาวชน ประชาชนผู้สนใจเข้าชมนิทรรศการเชิดชูเกียรติศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๕๔ ในระหว่างวันที่ ๒๔ – ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน  โดยไม่เสียค่าใช้ เพื่อร่วมกันยกย่องเชิดชูเกียรติและให้กำลังใจแก่ศิลปินแห่งชาติทุกท่าน ซึ่งทุกท่านนับเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสรรค์และรักษาศิลปวัฒนธรรมของชาติให้ธำรงอยู่คู่บ้านเมืองตลอดไป

 **************************

 สำนักประชาสัมพันธ์และเทคโนโลยีสารสนเทศ
กรมส่งเสริมวัฒนธรรม  กระทรวงวัฒนธรรม
 
 
ลิขสิทธิ์ของ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม สำหรับใช้ประโยชน์เพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมและการศึกษา
นโยบายเว็บไซต์ | นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของเว็บไซต์ | การปฏิเสธความรับผิด (Disclaimer)