|
วันที่ 30 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายและติดตามผลการดำเนินงานของกระทรวงวัฒนธรรม กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยและกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน ณ โรงแรมเดอะ เบด เวเคชั่น ราชมังคลา จังหวัดสงขลา โดยมีนายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นางโชติกา อัครกิจโสภากุล อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม หน่วยงานระดับกรมและองค์การมหาชน วัฒนธรรมจังหวัด 8 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส รวมถึงสำนักศิลปากรที่ 11 สงขลา สำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช วิทยาลัยนาฏศิลปพัทลุง และวิทยาลัยนาฏศิลปนครศรีธรรมราช เข้าร่วม
โดยที่ประชุมได้ติดตามผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ 2569 ทั้งการขับเคลื่อน ชุดไทยพระราชนิยมและผ้าไทย การสำรวจข้อมูลศิลปะการแสดงพื้นบ้าน การพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (Cultural Product of Thailand : CPOT) และ UNSEEN THAI THAI เสน่ห์วัฒนธรรมทั่วไทย พร้อมรับฟังแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ 2570 โดยเฉพาะโครงการที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกและประโยชน์แก่ประชาชนในแต่ละจังหวัดอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงแผนพัฒนา Museum Product ของสำนักศิลปากรในพื้นที่
ในการนี้ นางโชติกา อัครกิจโสภากุล อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวในที่ประชุมว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรมให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งมีทุนทางวัฒนธรรมที่หลากหลายและมีอัตลักษณ์โดดเด่น โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 จะดำเนินการสนับสนุนการจัดกิจกรรมที่ไม่ใช่เพียง การอนุรักษ์ แต่คือการนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดให้เกิดคุณค่าและมูลค่าทางเศรษฐกิจ ขยายจากการสนับสนุนกิจกรรม ไปสู่การเชื่อมโยงพื้นที่วัฒนธรรมกับการท่องเที่ยว เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และการสร้างรายได้ให้แก่ศิลปิน ชุมชน และผู้ประกอบการ โดยกล่าวยกตัวอย่างในเรื่อง ผ้า เราไม่ควรมองแค่ผ้าหนึ่งผืนขายได้เท่าไร แต่ต้องคิดต่อว่า ผ้าหนึ่งผืนจะสร้างรายได้ให้ทั้งชุมชนได้อย่างไร ทำให้นักท่องเที่ยวไม่ได้มาแค่ซื้อผ้า แต่ให้เขาได้ดูการปลูกวัตถุดิบ ย้อมสี เรียนทอผ้า ชิมอาหารท้องถิ่น พักโฮมสเตย์ และซื้อสินค้าชุมชน สร้างการท่องเที่ยว และสร้างรายได้ให้คนในพื้นที่ ตลอดจนการพัฒนารูปแบบการแสดงของศิลปินพื้นบ้านให้มีความทันสมัย สามารถเข้าใจง่าย ผ่านการนำเสนอแบบคอนเทนต์แนวตั้ง เรื่องเล่า หรือแอนิเมชัน เพื่อให้ความรู้ของคนรุ่นเก่าไม่สูญหาย และสามารถส่งต่อไปสู่คนรุ่นใหม่ได้ต่อไป
ทั้งนี้ มีการบรรยายพิเศษหัวข้อ "สืบสานอย่างสร้างสรรค์ : ชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ เสื้อพระราชทาน 3 แบบ และการต่อยอดสู่ Thai Fashion Trend” โดยวิทยากร จำนวน 2 ท่าน ได้แก่ นายวิชระวิชญ์ อัครสันติสุข นักออกแบบแบรนด์ WISHARAWISH และผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย และดร.ศรินดา จามรมาน ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการด้านผ้าไทย และที่ปรึกษาโครงการ "ผ้าไทยใส่ให้สนุก” พร้อมการจัดแสดงและสาธิตผ้าไทย ชุดไทยพระราชนิยม และผลิตภัณฑ์ CPOT สะท้อนแนวทางการนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดด้วยความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบร่วมสมัย เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ
จากนั้น เวลา 14.00 น. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและคณะลงพื้นที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา เพื่อติดตามผลการบูรณะและการเปิดให้บริการ รับฟังแผนบริหารจัดการและแนวทางพัฒนากิจกรรมใหม่ ๆ เพื่อยกระดับพิพิธภัณฑ์ให้เป็นทั้งแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมสำคัญของจังหวัด พร้อมรับฟังข้อเสนอและความต้องการจากพื้นที่ เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาสนับสนุนและพัฒนาให้ตอบโจทย์ประชาชนและนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น
ในส่วนของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้จัดแสดงนิทรรศการองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ และเสื้อพระราชทาน 3 แบบ เพื่อเผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม ด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง รวมถึงสร้างความภาคภูมิใจ ตระหนักถึงคุณค่าความสำคัญ การมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ สืบสาน ให้ชุดไทยพระราชนิยมสามารถดำรงอยู่อย่างมีคุณค่าคู่ชาติไทยตลอดไป นอกจากนี้ยังเป็นการประชาสัมพันธ์รองรับการขึ้นทะเบียน "ชุดไทย: ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ (Chud Thai : The Knowledge, Craftsmanship and Practices of The Thai National Costume)” เป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อยูเนสโก โดยยูเนสโกได้แจ้งยืนยันแล้วว่า จะนำรายการชุดไทยเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ครั้งที่ 21 ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน - 5 ธันวาคม 2569 ณ เมืองเซี่ยเหมิน สาธารณรัฐประชาชนจีน |