search
ข่าวสาร
>>
ข่าวประชาสัมพันธ์
กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ผนึกพลังเครือข่ายศิลปินพื้นบ้านอีสานใต้ 4 จังหวัด “นครศรีบุรีรินทร์” จัดมหกรรมคีตะนาฏภูมิถิ่นอีสานใต้ สืบสานภูมิปัญญา สร้างคุณค่าใหม่สู่วัฒนธรรมร่วมสมัย
วันที่ 23 ส.ค. 2569
กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ผนึกกำลังสมาคมศิลปินพื้นบ้านอีสานใต้ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ และ องค์การบริหารส่วนตำบลตระแสง และภาคีเครือข่ายทางวัฒนธรรม จัดงาน "มหกรรมคีตะนาฏภูมิถิ่นอีสานใต้ ประจำปีพุทธศักราช 2569” ระหว่างวันที่ 22–23 สิงหาคม 2569 เพื่อส่งเสริม อนุรักษ์ สืบสาน และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมและศิลปะการแสดงพื้นบ้าน อันเป็นอัตลักษณ์ของอีสานใต้ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ศิลปินพื้นบ้าน ศิลปินรุ่นใหม่ เด็ก เยาวชน และเครือข่ายวัฒนธรรม ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และถ่ายทอด องค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น โดยมีนางปรารถนา สินธุนาวา รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงาน โอกาสนี้ นายกิตติ สัตย์ซื่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ให้การกล่าวต้อนรับ พร้อมด้วยวัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ หัวหน้าส่วนราชการ นายกสมาคมศิลปินพื้นบ้านอีสานใต้ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประธานสภาวัฒนธรรมทุกระดับ ศิลปิน ปราชญ์ภูมิปัญญา ภาคีเครือข่ายทางวัฒนธรรม ให้การต้อรับอย่างอบอุ่น ณ องค์การบริหารส่วนตำบลตระแสง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์
วันที่ 23 สิงหาคม 2569 เวลา 18.00 น. นางโชติกา อัครกิจโสภากุล อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม มอบหมายให้นางปรารถนา สินธุนาวา รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) เป็นประธานเปิดงาน "มหกรรมคีตะนาฏภูมิถิ่นอีสานใต้ ประจำปีพุทธศักราช 2569” รองอธ.สวธ. กล่าวว่า ภาคตะวันนออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะอีสานใต้เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายและรุ่มรวยทางวัฒนธรรม ทั้งภาษา ดนตรี นาฏศิลป์ ประเพณี วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่น การรวมพลังของเครือข่ายศิลปินและเครือข่ายทางวัฒนธรรม จาก 4 จังหวัด"นครศรีบุรีรินทร์” ได้แก่ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ จึงเป็นมิติสำคัญของการเชื่อมโยงทุนทางวัฒนธรรมจากระดับชุมชนสู่ระดับจังหวัดและภูมิภาค ซึ่งการขับเคลื่อนวัฒนธรรมในปัจจุบันต้องไม่มองเพียงมิติของการอนุรักษ์ แต่ต้อง "รักษาราก สร้างคุณค่า และต่อยอดอย่างสร้างสรรค์” นำทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของชุมชนมาสร้างคุณค่าทางสังคม สร้างโอกาส อาชีพ และรายได้ เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยยังคงรักษาคุณค่าและอัตลักษณ์ดั้งเดิมไว้ เพื่อให้วัฒนธรรมมีชีวิตและอยู่ร่วมกับคนทุกช่วงวัยได้อย่างยั่งยืน ดังนั้น มหกรรมคีตะนาฏภูมิถิ่นอีสานใต้จึงไม่ได้เป็นเพียงเวทีการแสดง หากแต่เป็น "เวทีแห่งการรวมพลังของศิลปินและเครือข่ายวัฒนธรรม นครศรีบุรีรินทร์” ที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยน และส่งต่อภูมิปัญญา พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง เพื่อรักษารากเหง้า สร้างคุณค่า และนำมรดกวัฒนธรรมอีสานใต้ก้าวไปสู่อนาคตอย่างมั่นคงและยั่งยืนสืบไป
โอกาสนี้ นายกิตติ สัตย์ซื่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า จังหวัดสุรินทร์มีความภาคภูมิใจที่ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดงานครั้งนี้ ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการรวมพลังศิลปินและเครือข่ายวัฒนธรรม เปิดโอกาสให้เกิดการพบปะ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และถ่ายทอดมรดกทางศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของอีสานใต้ ทั้งด้านภาษา ดนตรี นาฏศิลป์ ประเพณี ความเชื่อ วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งสามารถต่อยอดเป็นทุนทางวัฒนธรรมเพื่อสร้างคุณค่าด้านสังคม การศึกษา การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ พร้อมกันนี้ จังหวัดสุรินทร์ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ สืบสาน พัฒนา และต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรม โดยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเด็ก เยาวชน ศิลปินรุ่นใหม่ และชุมชน เพื่อให้วัฒนธรรมเป็นพลังในการพัฒนาคน พัฒนาชุมชน และสร้างความเข้มแข็งให้ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมขับเคลื่อนงาน และต้อนรับผู้เข้าร่วมงานสู่จังหวัดสุรินทร์ ดินแดนแห่งศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และมิตรไมตรี
จากนั้น นางสำรวม ดีสม (น้ำผึ้ง เมืองสุรินทร์) นายกสมาคมศิลปินพื้นบ้านอีสานใต้ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดมหกรรมครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของสมาคมศิลปินพื้นบ้านอีสานใต้ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ องค์การบริหารส่วนตำบลตระแสง และเครือข่ายศิลปินพื้นบ้านจาก 4 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ หรือ "นครศรีบุรีรินทร์” โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสภาวัฒนธรรม ศิลปินพื้นบ้าน ปราชญ์ภูมิปัญญา เด็ก เยาวชน และเครือข่ายทางวัฒนธรรมจากทั้ง 4 จังหวัด สำหรับมหกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อส่งเสริม อนุรักษ์ สืบสาน และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมและศิลปะการแสดงพื้นบ้านที่เป็นอัตลักษณ์ของกลุ่มจังหวัดอีสานใต้ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ขณะเดียวกันยังมุ่งเปิดพื้นที่ให้ศิลปินพื้นบ้าน ศิลปินรุ่นใหม่ เด็กและเยาวชน ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถ่ายทอดองค์ความรู้และตระหนักถึงคุณค่าของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม โดยมีไฮไลต์สำคัญของการจัดงาน คือการเชื่อมโยงพลังทางวัฒนธรรมของ 4 จังหวัดให้เกิดความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม โดยนำความหลากหลายของศิลปะ ดนตรี นาฏศิลป์ ภาษา วิถีชีวิต และภูมิปัญญาของแต่ละพื้นที่มาร้อยเรียงเป็นพลังเดียวกัน สะท้อนความเข้มแข็งของทุนทางวัฒนธรรมอีสานใต้ และสามารถต่อยอดไปสู่การเรียนรู้ การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในอนาคต
ภายในงานมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมและศิลปะการแสดงพื้นบ้านจากจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ รวมถึงกิจกรรมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างศิลปิน ปราชญ์ภูมิปัญญาและคนรุ่นใหม่ เพื่อให้มรดกทางศิลปวัฒนธรรมได้รับการสืบทอดอย่างต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น อาทิ การแสดงอมตะอีสานใต้ เจริยงเบริญ บุรีรินทร์ ลิเกคณะไก่แก้ว พรวารินทร์ โปงรางอีสานใต้ศรีสะเกษ และคอนเสิร์ตใหญ่ร็อคร่วมสมัยคีตะนาฏอีสานใต้ของไทย เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีพิธีมอบประกาศเกียรติคุณ "ปราชญ์ศิลป์อีสานใต้” เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปิน ปราชญ์ และครูภูมิปัญญาผู้ทุ่มเทอนุรักษ์ สืบสาน และถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านอีสานใต้มาอย่างต่อเนื่อง
ลิขสิทธิ์ของ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม สำหรับใช้ประโยชน์เพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมและการศึกษา
นโยบายเว็บไซต์
|
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
|
นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของเว็บไซต์
|
การปฏิเสธความรับผิด (Disclaimer)