กระทรวงวัฒนธรรม จัดงาน “วัฒนธรรมนำไทย” ฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๓๑ ปี
     
 





 












 




กระทรวงวัฒนธรรม จัดงาน “วัฒนธรรมนำไทย” ฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๓๑ ปี
            กระทรวงวัฒนธรรม โดย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ กรุงเทพมหานคร และสภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร จัดงาน “วัฒนธรรมนำไทย” ในระหว่างวันที่ ๒๐-๒๒ เมษายนนี้ ณ บริเวณรอบเกาะรัตนโกสินทร์ เพื่อฉลองวันสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ๒๓๑ ปี  
 
           ในวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๖ ณ เวทีสังคีตศาลา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร นายสนธยา คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวในพิธีเปิดงาน ว่า เพื่อฉลองวันสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ และรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ ที่ทรงพระราชทาน “พิธีลงเสาหลักเมือง” เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ของราชอาณาจักรไทย มากว่า ๒๓๑ ปี และส่งเสริมความภูมิใจในมรดกความเป็นไทยที่มีความร่วมสมัย ตลอดจนส่งเสริมการเหลียวหลัง แลหน้า มองไทยให้ชัด พัฒนาให้ดี ไม่หนีวัฒนธรรม อีกทั้งยังเป็นการยกพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ขึ้นสู่ความเป็นเขตเมืองเก่าที่สำคัญระดับนานาชาติ
          โดยในวันที่ ๒๑ เม.ย. มีการประกอบพิธีสำคัญ คือ การสักการะศาลหลักเมือง ในโอกาสครบรอบ ๒๓๑ ปี วันสถาปนาองค์พระหลักเมือง ประจำปี ๒๕๕๖ ณ ศาลหลักเมือง กรุงเทพฯ ประกอบด้วย พิธีสักการะพระพุทธรูปประจำศาลหลักเมือง พิธีบวงสรวงศาลหลักเมือง และพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ซึ่งศาลหลักเมือง ได้ตั้งตระหง่านเป็นหลักชัยให้พระนครมาตั้งแต่ครั้งสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี โดยทรงโปรดให้มีพระราชพิธีฝังเสาพระหลักเมือง ตามความเชื่อโบราณราชประเพณี ดังนั้น พิธีกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นการกราบไหว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง อันเป็นที่สถิตของหอเทพารักษ์ และประดิษฐานแห่งเทวดาสำคัญทั้ง ๕ ผู้คุ้มครองพระนคร คือ พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระกาศไชยศรี เจ้าเจตคุปต์ และเจ้าหอกลาง ซึ่งประชาชนชาวไทยต่างให้ความเคารพอย่างไม่เสื่อมคลายมาตั้งแต่ครั้งอดีตจนถึงปัจจุบัน
 
  
  
          การจัดงานฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ ตลอด ๓ วัน ๒๐-๒๑ เมษายน นี้ มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย ที่กรมส่งเสริมวัฒนธรรม โดย สภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร นำของดีของ ๕๐ เขต มาให้ประชาชนชาวไทย และนักท่องเที่ยวได้สัมผัส อาทิ การแสดงนาฏศิลป์และศิลปะการแสดงร่วมสมัยต่างๆ ณ สังคีตศาลา เช่น การแสดงหุ่นสายรามเกียรติ์ การแสดงโขนเด็ก ตอน สุครีพ ถอนต้นรัง และการแสดงณ เวทีเล็กหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เช่น การแสดงรำสี่ภาค แม่ไม้มวยไทย การแสดงโขนหนุมานจับนางเบญกาย รำวรเชษฐ์ การแสดงโขน ตอนยกรบ ละครชาตรี โปงลางทวีวัฒนา รำไทยบึงกุ่มลีลา การแสดงดอกพุทธรักษา ดนตรีลูกทุ่งมัธยมประชานิเวศน์ ตาลีบุหงา การแสดงมโนราห์ การแสดงรำกลอนย้อนยุค ลำตัดคณะรวมมิตร 
 
 
  
          ชุมชนบ้านบาตร การทำขันลงหิน ของชุมชนบ้านบุ การทำหุ่นมือ หุ่นสาย และ ยังมีการสาธิตการละเล่นพื้นบ้านต่างๆ ณ สนามหญ้าหน้าพระที่นั่งพุทธไธสวรรค์ อาทิ เดินกะลา ขี่ม้าส่งเมือง ขาโถกเถก ศิลปะป้องกันตัวมวยไชยา ศิลปะการต่อสู้อาวุธโบราณ กระตั๊วแทงเสือ การฟันดาบ กระบี่–กระบอง เป็นต้น 
 
  

          และพลาดไม่ได้กับมหกรรมอาหาร ขนมไทย มีร้านอาหารไทยที่มีชื่อเสียงหลายร้าน มาสาธิตวิธีการทำอาหาร และจำหน่ายกว่า ๔๕ ชนิด เพื่อให้ผู้ชมงานได้ร่วมฉลองในวาระที่สำคัญนี้ อาทิ ขนมไทย ขนมมงคล อาหารไทยจากวรรณคดี(ช่อม่วง หรุ่ม กระทงทอง) ขนมดอกจอก ขนม ลูกชุป โรตี-มะตะบะ ม้าฮ่อ, การทำพานพุ่ม ผัดไทยกุ้งสดแม่แถม ข้าวเกรียบปากหม้อ, ข้าวยำสมุนไพรชาววัง (ทองหลาง) สาคูไส้หมูชาววังทองหลาง ขนมฝรั่งกุฎีจีน ขนมเปี๊ยะดอกทานตะวัน น้ำสมุนไพร ขนมใส่ไส้ มะพร้าวน้ำหอม วุ้นมะพร้าวอ่อน โดนัทเค้ก, งานประดิษฐ์วัสดุเครื่องใช้ “เคทูบาส” ขนมจากมะพร้าวอ่อน ปั้นสิบทอด ขนมต้มแดง–ขาว มะพร้าวน้ำหอม บัวลอยไข่หวานทรงเครื่อง และขนมหม้อแกงโบราณ ฯลฯ

  
 
---------------------------------