สถิติผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้3
mod_vvisit_counterเมื่อวาน339
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้3
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว3061
mod_vvisit_counterเดือนนี้8567
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว7211
mod_vvisit_counterรวมทั้งหมด527383

We have: 1 guests online
Your IP: 54.166.128.254
 , 
Today: พ.ย. 22, 2014
เชมเบอร์มิวสิก (Chamber Music) PDF พิมพ์

ก่อนยุคคลาสสิก บทเพลงที่ประพันธ์ขึ้นสำหรับการบรรเลงโดยเครื่องดนตรีชนิดต่างๆ ยกเว้น ประเภทคีย์บอร์ดแล้ว จะมิได้มีการกำหนดขนาดของวงดนตรีที่จะใช้บรรเลงไว้ ส่วนในยุคบาโรคบทเพลงต่างๆก็มิได้มีการบ่งบอกไว้แน่ชัดว่าเป็นบทเพลงร้อง บรรเลง หรือทั้งร้องทั้งบรรเลง ครั้งต่อมาเมื่อวงออร์เคสตร้าเริ่มเป็นมาตรฐานขึ้น ผู้ประพันธ์เพลงจึงมีบทเพลงสำหรับวงออร์เคสตร้า อันได้แก่ “ซิมโฟนีคอนแชร์โต” และบทเพลงสำหรับวงดนตรีเล็ก ที่เรียกว่า “เชมเบอร์มิวสิก” (Chamber Music)ขึ้น

ประวัติของเชมเบอร์มิวสิก

ในความหมายปัจจุบัน เชมเบอร์มิวสิก หมายถึง บทเพลงสำหรับบรรเลงโดยวงดนตรีเล็ก ๆ โดยผู้บรรเลงแนวดนตรี แต่ละแนวจะใช้เพียงคนเดียว รูปแบบเช่นนี้จัดว่าได้รับการพัฒนาขึ้นในยุคคลาสสิก โดยไฮเดิน โมซาร์ท และเบโธเฟน ก่อนหน้านี้ คือ ในราวศตวรรษที่ ๑๖ ความหมายของ เชมเบอร์มิวสิกมิได้หมายความเช่นนี้ ในยุคนั้น มีการจัดแบ่งดนตรีเป็น ๓ ลักษณะตามวัตถุประสงค์ของการใช้ดนตรีในสังคมโดยรูปแบบของ การประพันธ์ คือ เชมเบอร์มิวสิก จะหมายถึง ดนตรี ของคฤหัสถ์ ที่บรรเลงตามบ้านซึ่งต่างจากดนตรีโบสถ์ ที่บรรเลงในวัด และดนตรีประกอบการแสดงบนเวทีที่บรรเลงในโรงละคร เช่น โอเปราเชมเบอร์มิวสิก ในความหมายนี้รวมไปถึงเพลงร้องและเพลงบรรเลงด้วยเครื่องดนตรีไม่กี่ชิ้นไปจนถึงออร์เคสตร้าขนาดเล็ก ซึ่งเป็นรูปแบบที่มีอยู่ในยุคนั้น ต่อมาในศตวรรษที่ ๑๘คือยุคคลาสสิกตอนต้นการพัฒนารูปแบบของออร์เคสตร้าเกิดขึ้นโดยขนาดของวงเริ่มใหญ่ขึ้นเป็นลำดับ จนกลายเป็นวงออร์เคสต้าขนาดใหญ่ ครั้นตอนปลายยุคคลาสสิก ต่อเนื่องกับตอนต้นยุคโรแมนติก ความแตกต่างของวงออร์เคสตร้าจึงต่างจากวงดนตรีเล็ก ๆ ที่บรรเลงโดยนักดนตรี ไม่กี่คนอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น ความหมายของ “เชมเบอร์มิวสิก” จึงได้เปลี่ยนมาเป็นเพลงที่ใช้วงเล็ก ๆบรรเลง และกลายเป็นเพลงอีกประเภทหนึ่งที่มีจุดเน้นต่างไปจากการบรรเลงโดยวงออร์เคสตร้า และมีผู้ประพันธ์เพลงนิยมประพันธ์เพลงให้วงเล็ก ๆ เหล่านี้ได้บรรเลง เช่นเดียวกับที่มีนักประพันธ์เพลงประพันธ์เพลงใหญ่ๆ เช่น ซิมโฟนี ให้วงออร์เคสตร้าได้บรรเลงอย่างไรก็ดี นักดนตรีในยุคโรแมนติกบางคนมักให้ความสนใจกับวงออร์เคสตร้ามากกว่า เพราะสามารถแสดงอารมณ์หรือความรู้สึกต่างๆ ได้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดงความมีพลังความจริงจัง ความยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นจุดเน้นสำคัญประการหนึ่งในยุคโรแมนติก ผู้ประพันธ์ดนตรีเหล่านี้ ได้แก่ ลอสซท์ สเตราส์ และบรูคเนอร์ เป็นต้น ไม่สนใจประพันธ์เพลงประเภทเชมเบอร์มิวสิกเลย ต่างจากผู้ประพันธ์เพลงบางคนซึ่งมักเป็นชาวเยอรมันที่ให้ความสนใจทั้งเพลงสำหรับออร์เคสตร้า และเพลงประเภทเชมเบอร์มิวสิก ผูประพันธ์เพลงเหล่านี้ได้แก่ ชูเบร์ต เมนเดลซอน ชูมานน์ บราห์มส์ และดวอชาด เป็นต้นในศตวรรษที่ ๒๐ ยังคงมีนักประพันธ์เพลงเป็นจำนวนมากให้ความสนใจกับเพลงเชมเบอร์มิวสิก และมีผลงานเพลงทั้งประเภทเชมเบอร์มิวสิกและออร์เคสตร้าด้วย เช่น บาร์ตอค โชนเบิร์ก คาร์เตอร์บลอควิลล-โลโบส และ ชอสตราโกวิช เป็นต้น

ลักษณะของเชมเบอร์มิวสิก

เพลงประเภทเชมเบอร์มิวสิก เหมาะสำหรับการบรรเลงในบ้านหรือคฤหัสถ์ ในยุคคลาสสิกซึ่งผู้จัดงาน มีแขกพอประมาณ จะจัดให้มีการบรรเลงอันเป็นการแสดงส่วนหนึ่งในงานเลี้ยง เพราะการบรรเลงเพลงประเภทเชมเบอร์มิวสิกใช้ผู้บรรเลงไม่กี่คน ซึ่งเหมาะกับการงานมากกว่าการใช้วงออร์เคสตร้าที่ต้องใช้ห้องใหญ่และคนบรรเลงเป็นจำนวนมากเพลงประเภทเชมเบอร์มิวสิกใช้ผู้เล่นเพียงคนเดียวต่อแนวทำนองหรือแนวประสานในบทเพลง ซึ่งต่างไปจากการบรรเลงโดยวงออร์เคสตร้าที่ให้สีสันและมีพลังมากกว่า อย่างไรก็ดี วงเชมเบอร์มิวสิก ก็ให้ความเด่นชัดของเสียง และอารมณ์ไปอีกแบบหนึ่งบทเพลงร้องโดยปกติจะ ไม่จัดเป็นเชมเบอร์มิวสิก ยกเว้นในยุคก่อนยุคคลาสสิก ซึ่งบทเพลงร้องประเภทเชมเบอร์มิวสิกสามารถพบได้เสมอ แต่ในยุคคลาสสิกเมื่อพูดถึงเชมเบอร์มิวสิก จะหมายถึง บทเพลงที่บรรเลงโดยเครื่องดนตรีล้วน ๆ เสมอ

การฟังเพลงประเภทเชมเบอร์มิวสิกต้องการความรู้ความเข้าใจเช่นเดียวกับการฟังเพลงคลาสสิกประเภทอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเพลงประเภทนี้ใช้ผู้เล่นเพียงไม่กี่คน ย่อมไม่สามารถสร้างอารมณ์ความรู้สึกของดนตรีได้อย่างเพลงที่บรรเลงโดยวงออร์เคสตร้า เช่น ความมีพลัง สีสัน หรือเสียงของ วงประสานเสียงที่ร้องไปกับวงออร์เคสตร้า ทำให้รู้สึกยิ่งใหญ่ มโหฬาร แต่สิ่งที่จะได้รับจากเพลงประเภทเชมเบอร์มิวสิก จะเป็นในลักษณะลักษณะของเสียงดนตรีที่แท้จริง ในด้านคุณภาพของการเล่น เพราะถ้ามี ผู้เล่นผิดพลาดจะได้ยินอย่างเด่นชัด ฉะนั้น การบรรเลงประเภทนี้ ผู้บรรเลงต้องมีความถูกต้อง และสามารถถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของเพลงได้อย่างกระจ่างแจ่มชัดแจ้งจริง ๆ นอกจากนี้ ความเป็นหนึ่งในการบรรเลงเพลงซึ่งเป็นความหมายของคำว่า Ensemble คือ ความพร้อมเพียงของผู้บรรเลง เป็นสิ่งที่การบรรเลงเพลงประเภทนี้ต้องการเป็นอย่างยิ่ง ไม่ใช่เฉพาะความถูกต้องในการบรรเลงของแต่ละคนเท่านั้น ความถูกต้อง ความเป็นหนึ่งของทั้งวง ย่อมจะต้องมีอยู่อย่างครบครัน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ได้จาการฟังเพลงประเภทเชมเบอร์มิวสิก ซึ่งต่างไปจากเพลงที่บรรเลงโดยวงออร์เคสตร้าโดยปกติการผสมวงแบบเชมเบอร์มิวสิก จะมีนักดนตรีตั้งแต่ ๒ คนขึ้นไป จนถึง ๙ คน และวงดนตรีจะมีชื่อต่าง ๆ ตามจำนวนของผู้บรรเลง เช่น
ผู้บรรเลง ๒ คน เรียก ดูโอ (Duo) เช่น เล่น Violin กับ Piano ฯลฯ
ผู้บรรเลง ๓ คน เรียก ทริโอ(Trio) เช่น เล่น Piano ๓ หลัง หรือ Piano ๒ กับ Flute ฯลฯ
ผู้บรรเลง ๔ คน เรียกว่า ควอเทท (Quartet) เช่น String Quartet ประกอบด้วยไวโอลิน ๒ คัน
วิโอลา ๑ คัน และ เชลโล ๑ คัน
ผู้บรรเลง ๕ คน เรียกว่า ควินเทท (Quintet) เช่น บทบรรเลง Quintet For two Pianos, Cello and Violin, etc.
ผู้บรรเลง ๖ คน เรียกว่า เซ็กเทท (Sextet)
ผู้บรรเลง ๗ คน เรียกว่า เซ็พเทท (Septet)
ผู้บรรเลง ๘ คน เรียกว่า อ็อคเทท (Octet)
ผู้บรรเลง ๙ คน เรียกว่า โนเนท (Nonet)

สุนทรีย์ของเชมเบอร์มิวสิก

เชมเบอร์มิวสิกเป็นการบรรเลงเพลงโดยวงเล็กๆ จึงมีความแตกต่างจากออร์เคสตร้าโดยสิ้นเชิงสุนทรีย์ของเชมเบอร์มิวสิกมุ่งไปสู่ความเด่นชัดของสีสันของเครื่องดนตรีสำหรับวงเล็ก ๆ ประเภททริโอ ควอเทท ควินเทท จนถึงวงประเภท ๗-๘ คนเท่านั้น ดังนั้นความเด่นชัดของเครื่องดนตรีแต่ละประเภทจึงเป็นเอกลักษณะเฉพาะของเพลงประเภทนี้ นอกจากนั้น การประสานความสัมพันธ์ในการบรรเลงเพลงจนเป็นหนึ่งเดียวกันก็เป็นเสน่ห์ที่ผู้ฟังจะได้สัมผัสกับดนตรีประเภทเชมเบอร์มิวสิก เพราะแต่ละวงจะมีการซ้อมกันอย่างดี จนบรรเลงร่วมกันอย่างรู้ใจ คล้ายกับเป็นเครื่องดนตรีเพียงเครื่องเดียวที่มีความหลากหลาย ด้วยเหตุนี้สุนทรีย์ของเชมเบอร์มิวสิกจึงอยู่ที่ความเด่นชัด ยอดเยี่ยมของผู้บรรเลงซึ่งนำเสนอจากโสตศิลป์ อันเป็นการสร้างสรรค์ของผู้ประพันธ์เพลง แม้ความมีพลัง ความยิ่งใหญ่ เช่นวงออร์เคสตร้า จะหาไม่ได้จากวงเชมเบอร์มิวสิก แต่ความเด่นชัดเฉพาะตัวของเสียงเครื่องดนตรีแต่ละเครื่อง กลับเป็นความงดงามที่เชมเบอร์มิวสิก สามารถให้กับผู้ชมได้อย่างเต็มเปี่ยมการสอดประสานสัมพันธ์ และการบรรเลงเป็นผู้นำสอดสลับรับกันไปของเครื่องดนตรีแต่ละเครื่องในวงเชมเบอร์มิวสิกเป็นความสวยงามอีกประการหนึ่งที่ผู้ฟังเพลงประเภทนี้จะได้รับ ส่วนในการฟังเพลงเชมเบอร์มิวสิกประเภทสตริงควอเททมิได้นำเสนอสีสันที่แตกต่างมากนักเพราะเครื่องดนตรีแต่ละเครื่อง คือเครื่องสาย ลีลาของเพลง จังหวะ ท่วงทำนองเทคนิคของการบรรเลง และองค์ประกอบดนตรีอื่น ๆเป็นความเฉพาะตัว และเป็นสุนทรีย์ของสตริงควอเททสำหรับวงประเภทอื่นๆ ที่มีดนตรีประเภทอื่นเข้ามาผสม เช่น
เปียโนควินเทท คลาริเนทควินเทท เปียโนทริโอ เป็นต้น ย่อมให้สีสันเพิ่มขึ้นผู้ฟังจึงสามารถสรรเลือกฟังเพลงประเภทเชมเบอร์มิวสิกที่หลากหลายได้ส่วนวงดนตรีประเภท เชมเบอร์ออร์เคสตร้า ที่มักจะมีเฉพาะเครื่องสายเท่านั้น ได้แก่ ไวโอลิน วิโอลา เชลโล และดับเบิลเบส และมีผู้บรรเลงประมาณ ๑๖-๒๐ คน เป็นเชมเบอร์มิวสิกอีกประเภทหนึ่งที่น่าฟัง เพราะจะมีความมีพลังของออร์เคสตร้าปรากฏอยู่ แม้จะไม่มากเท่ากับวงออร์เคสตร้าโดยตรง ขณะเดียวกันก็มีความเด่นชัดของเครื่องดนตรีบ้าง แม้จะเทียบกับวงเชมเบอร์มิวสิกวงเล็ก ๆไม่ได้ แต่เป็นความลงตัวที่อยู่ระหว่างเพลงทั้งสองประเภท จึงมีความน่าสนใจและมีสุนทรีย์ในตัวเองอย่างเด่นชัดเช่นกันความเข้าใจในองค์ประกอบของดนตรี และความเข้าใจในเพลงเชมเบอร์มิวสิกประเภทวงเล็ก ๆ เป็นรากฐานสำคัญในการฟังเพลงประเภทนี้ให้เข้าถึงสุนทรีย์และความซาบซึ้ง ผู้ประสงค์จะฟังเพลงประเภทนี้ จึงควรศึกษาหาความรู้เรื่องเชมเบอร์มิวสิกมากพอสมควรในระยะเริ่มต้นของการฟัง เพื่อพัฒนาการรับรู้ของตนเองให้เข้าถึงสุนทรีย์ของเชมเบอร์มิวสิกอย่างถ่องแท้ต่อไป