สถิติผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้103
mod_vvisit_counterเมื่อวาน322
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้1436
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว1243
mod_vvisit_counterเดือนนี้103
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว5743
mod_vvisit_counterรวมทั้งหมด105043

We have: 4 guests online
Your IP: 54.166.105.24
 , 
Today: พ.ย. 01, 2014
นิทานวรวงศ์ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย นางสาวเบ็ญจรัตม์ มาประณีต   
วันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ 2013 เวลา 07:12 น.

นิทานวรวงศ์

ในภาคกลางมีวรรณกรรมเรื่อง วรวงศ์ หรือ พระวรวงศ์ ส่วนในภาคเหนือมีวรรณกรรมเรื่อง บัวระวง หรือบัวระวงหงศ์อามาตย์ หรือ บัวระวงหงส์อำมาตย์ ขณะที่ภาคอีสานเรียกว่าเรื่อง วงยะมาด

เรื่องย่อของเรื่องมีอยู่ว่า พระเจ้าวงศาธิราชผู้ครองภูสานครมีมเหสีสององค์ อัครมเหสีนามว่า วงศ์สุริยาราชเทวี พระนางมีพระโอรส ได้แก่ วงศ์สุริยามาศกุมาร และวรวงศ์กุมารซึ่งก็คือพระโพธิสัตว์ ส่วนมเหสีอีกองค์หนึ่งนามว่า กาไวยเทวี มีโอรสคือ ไวยทัตกุมาร กาไวยเทวีทำอุบายว่าวงศ์สุริยามาศกุมารและวรวงศ์กุมารล่วงเกินพระนาง พระเจ้าวงศาธิราช หลงเชื่อ มีรับสั่งให้นำโอรสทั้งสองพระองค์ไปประหารแต่วงศ์สุริยาราชเทวีติดสินบนเพชฌฆาตให้ปล่อยสองกุมาร พระวรวงศ์กับพระเชษฐาพากันรอนแรมไปในป่า พอค่ำลงก็บรรทมใต้ต้นไทรใหญ่ ได้ยินไก่ขาวและไก่ดำวิวาทกัน ไก่ขาวว่าผู้ได้กินหัวใจของตนจะได้เป็นจักรพรรดิราช ฝ่ายไก่ดำก็ว่าผู้ได้กินหัวใจของตนจะสามารถยกหลักศิลา ฆ่ายักษ์ตายแล้วได้เป็นบรมกษัตริย์ พระวงศ์สุริยามาศจึงเสวยหัวใจไก่ขาว ส่วนพระวรวงศ์เสวยหัวใจไก่ดำ

ขณะนั้นนครอัยยมาศว่างกษัตริย์ เหล่าข้าราชการจึงทำพิธีเสี่ยงบุศยราชรถ ปรากฏว่าเสี่ยงได้พระวงศ์สุริยามาศ เป็นกษัตริย์ พระวรวงศ์โพธิสัตว์จึงต้องพลัดพรากจากพระเชษฐา ออกผจญภัยได้นางคารวี และยกหลักศิลาสังหารยักษ์ช่วยชีวิตพระเจ้าภุสาราชได้ ภายหลังพระองค์จึงได้พบกับพระเชษฐาและนางคารวีซึ่งประสูติโอรสนามว่าดาราวงศ์ จากนั้นทั้งสองพระองค์ก็ได้เดินทางกลับไปยังภูสานคร รบชนะพระไวยทัต ทำให้นางกาไวยเทวีดื่มยาพิษฆ่าตนเอง พระวรวงศ์ได้สืบราชสมบัติต่อจากพระเจ้าวงศาธิราช ส่วนพระวงศ์สุริยามาศกลับไปครองนครอัยยมาศ เมื่อพระวรวงศ์ ชราภาพแล้วก็เสด็จออกบำเพ็ญธรรม หลังจากสิ้นพระชนม์แล้วได้ไปบังเกิดในดุสิตเทวโลก

เรื่องวรวงศ์ได้รับความนิยมแพร่หลายอยู่ทั้งสี่ภาค
ของไทย มีการถ่ายทอดเรื่องวรวงศ์ผ่านงานศิลปกรรมต่างๆด้วย อาทิ ภาพจิตรกรรม ทั้งจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถ เช่นที่วัดสมุหประดิษฐาราม สระบุรี หรือจิตรกรรมฝาผนัง ศาลารายวัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรี อ. เด่นชัย จ.แพร่วัด รวมถึงจิตรกรรมในบทแทงศาสตราของภาคใต้ ส่วนในภาคใต้ยังมีการนำมาแต่งเป็นเพลงร้องเรือ (เพลงกล่อมเด็ก) อีกหลายสำนวนด้วย

ปัจจุบันในภาคกลางและภาคใต้มีการนำเรื่องวรวงศ์มาใช้เป็นนิทานอธิบายประวัติความเป็นมาของสถานที่ ดังเช่นในภาคกลางที่จังหวัดจันทบุรี มีการนำมาใช้อธิบายที่มาของโบราณสถานเมืองเพนียด จังหวัดจันทบุรี วัดทองทั่วจังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราดใช้อธิบายที่มาของเมืองเก่าแสนตุ่ม จังหวัดตราด นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการอธิบายที่มาของภูเขาวรวงศ์สุรวงศ์ หรือ ภูเขาคีรีรมย์ จังหวัดเกาะกง และจังหวัดกำปงสปือ ส่วนในภาคใต้มีการนำไปใช้เป็นตำนานบ้านนาโคน จังหวัดสุราษฎร์ธานี