สถิติผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้137
mod_vvisit_counterเมื่อวาน200
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้896
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว1416
mod_vvisit_counterเดือนนี้6503
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว6361
mod_vvisit_counterรวมทั้งหมด84235

We have: 1 guests online
Your IP: 54.226.80.196
 , 
Today: ก.ค. 31, 2014
วธ.ประกาศขึ้นทะเบียน “มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม” ประจำปี ๒๕๕๕ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ปภว. สวศ.   
วันพฤหัสบดีที่ 20 ธันวาคม 2012 เวลา 10:50 น.


วันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๕ ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นายสนธยา คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานฯ ในพิธีประกาศขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ โอกาสนี้ได้มอบเกียรติบัตรให้กับชุมชนที่ร่วมสืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมซึ่งได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนในครั้งนี้ พร้อมมอบนโยบายเกี่ยวกับการปกป้องคุ้มครองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติด้วย
 
 
ในการนี้ นางวิไล วิทยานารถไพศาล รักษาการอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า สวธ. ได้ประกาศขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ ปี ๒๕๕๒ รวมจำนวน ๘๐ รายการ ด้วยตระหนักว่าเป็นมาตรการสำคัญประการหนึ่งที่มุ่งส่งเสริมให้ตระหนักถึงคุณค่าของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ยกย่องภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ ส่งเสริมศักดิ์ศรีทางวัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของกลุ่มชนที่มีอยู่ทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดความเข้าใจ เกิดการยอมรับในความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรม รวมทั้งเป็นการแสดงความเป็นเจ้าของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่อยู่ในอาณาเขตประเทศไทย นอกจากนี้ ยังเป็นการเตรียมการเพื่อรองรับการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโกต่อไปในอนาคต
 
 

ซึ่งในปีนี้ กระทรวงวัฒนธรรม โดย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้ประกาศขึ้นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ ใน ๗ สาขา จำนวนทั้งสิ้น ๗๐ รายการ ดังต่อไปนี้

๑. สาขาศิลปะการแสดง จำนวน ๑๓ รายการ ประกอบด้วย

๑.๑ ประเภทดนตรี ๕ รายการ ได้แก่ ดนตรีของกลุ่มชาติพันธุ์ลีซู , ซอสามสาย , เพลงหน้าพาทย์ , กันตรึม , เจรียง และ กาหลอ

๑.๒ ประเภทการแสดง ๗ รายการ ได้แก่ ก้านกกิงกะหร่า , ฟ้อนม่านมุ้ยเชียงตา , รำฝรั่งคู่ , ละครดึกดำบรรพ์ , โนราโรงครู , มะโย่ง และ รองเง็ง

๒. สาขางานช่างฝีมือดั้งเดิม จำนวน ๑๑ รายการ ประกอบด้วย

๒.๑ ประเภทผ้าและผลิตภัณฑ์จากผ้า ๕ รายการ ได้แก่ ผ้าทอไทครั่ง , ผ้าทอไทลื้อ , ผ้าทอกะเหรี่ยง , ผ้าทอไทยวน และ ผ้าทอผู้ไทย

๒.๒ ประเภทเครื่องรัก ๒ รายการ ได้แก่ เครื่องมุกไทย และ เครื่องรัก

๒.๓ ประเภทเครื่องโลหะ ๒ รายการ ได้แก่ ขันลงหินบ้านบุ และ บาตรบ้านบาตร

๒.๔ ประเภทงานศิลปกรรมพื้นบ้าน ๒ รายการ ได้แก่ สัตตภัณฑ์ล้านนา และ โคมล้านนา

๓. สาขาวรรณกรรมพื้นบ้าน จำนวน ๑๔ รายการ ประกอบด้วย

๓.๑ ประเภทนิทานพื้นบ้าน ๑๒ รายการ ได้แก่ นิทานพระร่วง , นิทานตาม่องล่าย , พระสุธนมโนห์ราภาคใต้ , วันคาร , ตำนานเจ้าหลวงคำแดง , ตำนานพระธาตุดอยตุง , ตำนานเจ้าแม่สองนาง , ตำนานอุรังคธาตุ , ตำนานหลวงปู่ทวด , ตำนานนางโภควดี , ตำนานสร้างโลกของภาคใต้ และ วรวงศ์

๓.๒ ประเภทตำรา  ๒ รายการ ได้แก่ ปักขะทึนล้านนา และ ตำราศาสตรา

๔. สาขากีฬาภูมิปัญญาไทย จำนวน ๘ รายการ ประกอบด้วย

๔.๑ ประเภทการเล่นพื้นบ้าน ๓ รายการ ได้แก่ ไม้หึ่ม , หมากเก็บ และ เสือกินวัว

๔.๒ ประเภทกีฬาพื้นบ้าน ๔ รายการ ได้แก่ หมากรุกไทย , ตะกร้อลอดห่วง , วิ่งวัว และ วิ่งควาย

๔.๓ ประเภทศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว ๑ รายการ ได้แก่ เจิง

๕. สาขาแนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรม สาขาแนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรม จำนวน ๗ รายการ ประกอบด้วย

๕.๑ ประเภทขนบธรรมเนียมประเพณี ๕ รายการ ได้แก่ การผูกเกลอ , การผูกเสี่ยว , เทศน์มหาชาติ , พิธีทำบุญต่ออายุ และ การแต่งกายบาบ๋า เพอนารากัน

๕.๒ ประเภทงานเทศกาล ๒ รายการ ได้แก่ สารทเดือนสิบ และประเพณีรับบัว

๖. สาขาความรู้และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับธรรมชาติและจักรวาล จำนวน ๑๑ รายการ ประกอบด้วย

๖.๑ ประเภทอาหารและโภชนาการ ๖ รายการ ได้แก่ สำรับอาหารไทย , แกงเผ็ด , แกงเขียวหวาน , ส้มตำ , น้ำพริก และ ปลาร้า

๖.๒ ประเภทการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้าน ๓ รายการ ได้แก่ ลูกประคบ , ยาหอม และหมอพื้นบ้านรักษากระดูกหัก

๖.๓ สาขาโหราศาสตร์ ดาราศาสตร์ และไสยศาสตร์ ๑ รายการ ได้แก่ คชศาสตร์ชาวกูย

๖.๔ ชัยภูมิและการตั้งถิ่นฐาน จำนวน ๑ รายการ ได้แก่ ดอนปู่ตา

๗. สาขาภาษา จำนวน ๖ รายการ ประกอบด้วย

๗.๑ ประเภทภาษาไทยถิ่น จำนวน ๓ รายการ ได้แก่ อักษรธรรมล้านนา , อักษรไทยน้อย และ อักษรธรรมอีสาน

๗.๒ ประเภทภาษากลุ่มชาติพันธุ์ จำนวน ๓ รายการ ได้แก่ ภาษาชอง , ภาษาญัฮกุร และ ภาษากฺ๋อง

 
 
พร้อมกันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้มอบเกียรติบัตรให้กับชุมชนที่ร่วมสืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และได้รับการประกาศขึ้นทะเบียน จำนวน ๑๔ ชุมชน ดังนี้
 

- สาขาศิลปะการแสดง รายการหนังใหญ่ มี ๓ ชุมชน คือ หนังใหญ่วัดขนอน จังหวัดราชบุรี , หนังใหญ่วัดบ้านดอน จังหวัดระยอง และ หนังใหญ่วัดสว่างอารมณ์ จังหวัดสิงห์บุรี

- สาขางานช่างฝีมือดั้งเดิม มี ๗ ชุมชน คือ  กลุ่มทอผ้านาหมื่นศรี ประธานกลุ่มทอผ้าบ้านนาโยง บ้านนาหมื่นศรี อ.นาโยง จ.ตรัง , กลุ่มกระดิ่งทองเหลืองบ้านเขาลอยมูลโค ต.ดอนตะโก อ.เมือง จ.ราชบุรี , ศูนย์อนุรักษ์หัตถกรรมทองเหลืองบ้านปะอาว บ้านปะอาว จ.อุบลราชธานี , กลุ่มผลิตเกวียนสลักลายบ้านนาสะไมย์ บ้านนาสะไมย์ อ.เมือง จ.ยโสธร , เครื่องทองโบราณสกุลช่างเพชรบุรี ตระกูลชูบดินทร์ จ.เพชรบุรี , กลุ่มขันลงหินบ้านบุ เจียม แสงสัจจา ชุมชนบ้านบุ เขตบางกอกน้อย กทม. และ ชุมชนบ้านบาตร กลุ่มอนุรักษ์บาตรไทยและภูมิปัญญาไทย ชุมชนบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม.

- สาขาภาษา มี ๓ ชุมชน คือ ภาษาชอง ชุมชนชอง จ. จันทบุรี , ภาษาญัฮกุร ชุมชนญัฮกุร จ. ชัยภูมิ และ ภาษาก๋อง ชุมชนก๋อง จ. สุพรรณบุรี

- สาขาแนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรมและงานเทศกาล (ประเพณีรับบัว) ชุมชนชาวบางพลี จ.สมุทรปราการ

 
นอกจากนั้น ยังมีการแสดงมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ที่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนฯ ในสาขาศิลปะการแสดง เช่น การแสดงฟ้อนม่านมุ้ยเชียงตา(ภาคเหนือ) , การแสดงก้านกกิงกะหร่า(การแสดงวัฒนธรรมของคนไต) , การแสดงกันตรึม(ดนตรีพื้นบ้านของชาวอีสานใต้) เป็นต้น และการจัดแสดงนิทรรศการ รวมถึงการสาธิตมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ได้ประกาศขึ้นทะเบียนในครั้งนี้
 

......................................................
ที่มา เว็บไซต์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม www.culture.go.th