Main Menu

สถิติผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้52
mod_vvisit_counterเมื่อวาน126
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้581
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว1900
mod_vvisit_counterเดือนนี้6587
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว7183
mod_vvisit_counterรวมทั้งหมด230973

We have: 5 guests, 2 bots online
Your IP: 54.234.128.25
 , 
Today: ก.ค. 29, 2014

กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม 

---------------------------- 

๑.  ที่มาของกองทุน  (พ.ศ. ๒๕๓๕-๒๕๕๓)

          กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม  ได้จัดตั้งขึ้นตามมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๒๒ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ เพื่อสนับสนุนส่งเสริมการดำเนินงานด้านศิลปะและวัฒนธรรมของชาติให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น  และสามารถระดมทรัพยากรจากทางราชการและเอกชนมาสนับสนุนการบริหารงานวัฒนธรรมได้อย่างคล่องตัว  โดยกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมได้รับงบจากรัฐบาลเป็นทุนประเดิม จำนวน ๑๖๐ ล้านบาท   และกำหนดให้ใช้ได้เฉพาะดอกผลในการส่งเสริม สนับสนุน การวิจัย การพัฒนา การฟื้นฟู การอนุรักษ์ การศึกษา และเผยแพร่งานศิลปะและวัฒนธรรม ของบุคคล คณะบุคคล และหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน   ซึ่งเงินประเดิมดังกล่าวได้รับเป็นช่วงระยะเวลา  ดังนี้

          ปีงบประมาณ ๒๕๓๖                      จำนวน ๕๐ ล้านบาท

          ปีงบประมาณ ๒๕๓๗                     จำนวน ๕๐ ล้านบาท

          ปีงบประมาณ ๒๕๓๘                     จำนวน ๒๐ ล้านบาท

          ปีงบประมาณ ๒๕๓๙                      จำนวน ๒๐ ล้านบาท

          ปีงบประมาณ ๒๕๔๐                      จำนวน ๒๐ ล้านบาท

 สำหรับเงินประเดิมจำนวน ๑๖๐ ล้านบาทนี้  คณะกรรมการกองทุนฯ ชุดก่อนๆได้มอบหมายให้กองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมในฐานะฝ่ายเลขานุการนำไปซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ของรัฐบาล เพื่อนำดอกผลมาใช้ประโยชน์ในการดำเนินงานด้านวัฒนธรรม

           นอกเหนือจากเงินประเดิมของรัฐบาลตามที่กล่าวข้างต้นแล้ว  เงินของกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ยังมาจากแหล่งอื่นๆตามที่กำหนดในมาตรา ๑๕ แห่งพ.ร.บ.สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๒๒ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕  ดังนี้

           (๑)   เงินทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรให้ (กล่าวไปแล้ว)

           (๒)   เงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรให้จากงบประมาณแผ่นดินประจำปี

           (๓)   กองทุนศิลปินในสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ

           (๔)   เงินอุดหนุนกิจการของสภาวัฒนธรรมแห่งชาติที่สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติรับโอนจากกองวัฒนธรรม กรมการศาสนา

           (๕)   เงินอุดหนุนจากต่างประเทศ รวมทั้งองค์กรระหว่างประเทศ

           (๖)   เงินและทรัพย์สินอื่นที่ตกเป็นของกองทุน

           (๗)   ค่าธรรมเนียมการจัดการลิขสิทธิ์

           (๘)   เงินและทรัพย์สินอื่นที่ตกเป็นของกองทุน

           (๙)   ดอกผลและรายได้ของกองทุน

           เนื่องจากตามพ.ร.บ.ฯฉบับนี้  ได้กำหนดไว้ว่า คณะกรรมการกองทุนอาจตั้งกองทุนเฉพาะเรื่องขึ้นในกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาคเงินหรือทรัพย์สินก็ได้  ดังนั้น  ในการดำเนินงานนับตั้งแต่ ปีพ.ศ.๒๕๓๕ ที่มีกองทุนฯเป็นต้นมา   จึงมีศิลปินแห่งชาติ  ศิลปิน หน่วยงาน ฯลฯ ได้จัดกิจกรรมและนำเงินรายได้มาจัดตั้งเป็นกองทุนย่อย หรือร่วมบริจาคทรัพย์เพื่อตั้งเป็นกองทุนย่อยในกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมทั้งหมดรวมทั้งสิ้น  จำนวน ๓๘ กองทุน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๑๕,๙๙๑,๑๑๕.๗๔ บาท (สิบห้าล้านเก้าแสนเก้าหมื่นหนึ่งพันหนึ่งร้อยสิบห้าบาท เจ็ดสิบสี่สตางค์) (ข้อมูล ณ วันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๓)  อาทิ    กองทุนสวลี ผกาพันธุ์  มีจำนวน ๔๗๒,๑๖๐.๐๑ บาท  กองทุนชาลี  อินทรวิจิตร มีจำนวน ๔๓๒,๖๘๑ บาท กองทุนครูสมาน กาญจนผลิน มีจำนวน ๔๔๑,๙๖๔  กองทุนรักษ์เพลงชรินทร์ มีจำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท กองทุนกองทุนไพบูลย์ บุตรขัน ๒๐๐,๐๐๐ บาท   กองทุนบางจาก (มหาชน) มีจำนวน ๒๐๑,๓๐๐ บาท และกองทุนคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ๓๐๐,๐๐๐ บาท  เป็นต้น

          ในแต่ละปี กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมจะได้ดอกผลจากเงินฝาก และพันธบัตรประมาณปีละ ๘ ล้านบาท  ซึ่งเงินจำนวนนี้จะนำไปใช้ในการสนับสนุน ส่งเสริมกิจกรรมด้านวัฒนธรรมของศิลปินแห่งชาติ  ศิลปิน   และหน่วยงานต่างๆตามวัตถุประสงค์ของกองทุนฯตามความเหมาะสม           

๒.  วัตถุประสงค์กองทุนฯ (เดิม)

         การใช้จ่ายเงินกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ต้องปฎิบัติตามระเบียบคณะกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ว่าด้วยการใช้จ่ายเงินกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม พ.ศ.๒๕๓๖ โดยให้ใช้จ่ายเงินตามวัตถุประสงค์ดังนี้

              (๑) ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย การพัฒนา การฟื้นฟู การอนุรักษ์ การศึกษา และเผยแพร่งานศิลปะและวัฒนธรรมของบุคคล คณะบุคคล และหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาคราชการและเอกชน

              (๒) ส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมที่สร้างความร่วมมือขององค์กร และสถาบันด้านศิลปวัฒนธรรม

              (๓) ส่งเสริมกิจกรรมการจัดการแสดง การจัดนิทรรศการทางศิลปะและกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวกับศิลปะวัฒนธรรม ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับนานาชาติ

              (๔) ช่วยเหลือผู้มีผลงานทางด้านวัฒนธรรม และศิลปินในด้านสวัสดิการและความเป็นอยู่

              (๕) สนับสนุนให้มีการจัดซื้อผลงานทางศิลปะที่เป็นผลงานของศิลปินไทยและเป็นสมบัติของชาติ

              (๖) ส่งเสริมการเรียนการสอนด้านศิลปะและวัฒนธรรม และการสืบทอดงานศิลปะทั้งใน และนอกระบบโรงเรียน

              (๗) ส่งเสริมการวิจัย การพัฒนา และการเรียนการสอนภาษาไทย  

              (๘) ส่งเสริมและสนับสนุนการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศ ตลอดจนองค์กร สมาคม และมูลนิธิต่างประเทศ

              (๙) ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรด้านศิลปะและวัฒนธรรม

             (๑๐) ส่งเสริมและสนับสนุนองค์กรสาธารณประโยชน์ที่เกี่ยวกับงานศิลปะและวัฒนธรรม

         นอกจากวัตถุประสงค์ข้างต้นแล้ว  กองทุนฯยังต้องปฏิบัติตามระเบียบที่ได้กำหนดขึ้น  เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติอื่นๆ ดังนี้

              ๑. ระเบียบคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ว่าด้วยผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรม พ.ศ.๒๕๓๗

              ๒. ระเบียบคณะกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ว่าด้วยเงินตอบแทนประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอื่นของผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรม พ.ศ.๒๕๓๗

              ๓. ระเบียบคณะกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ว่าด้วยการบริหารกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม  พ.ศ.๒๕๔๕

              ๔. ระเบียบคณะกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ว่าด้วยการจัดสวัสดิการศิลปินและผู้มีผลงานด้านวัฒนธรรม พ.ศ.๒๕๕๒     

๓. การปรับเปลี่ยนกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมตามกฎหมายใหม่ ( พ.ศ.๒๕๕๓ เป็นต้นมา)         

              กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมตามพ.ร.บ.เดิมได้ดำเนินการมาจนถึงวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๓   จากนั้นได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓ในราชกิจจานุเบกษา  เมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๓   โดยมาตรา ๓ (๕) ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๒๒ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕  จึงมีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องกองทุนฯตามพ.ร.บ.ฉบับใหม่   โดยปรากฏในหมวด ๒ มาตรา ๑๙ ว่า “ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งในกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เรียกว่า “กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม”  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนใช้จ่ายเกี่ยวกับการส่งเสริมและสนับสนุนงานวัฒนธรรมตามพระราชบัญญัตินี้”

                ทั้งนี้ ตามพ.ร.บ.ฉบับใหม่ ได้กำหนดที่มาของเงินกองทุนไว้ในมาตรา ๒๐ แห่งพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติฯ ว่า  กองทุนประกอบด้วย

                (๑)    เงินและทรัพย์สินที่ได้รับโอนมาตามมาตรา ๓๒

                (๒)   เงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรให้จากงบประมาณรายจ่ายประจำปี

                (๓)   เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคหรือมอบให้

                (๔)   เงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับจากต่างประเทศหรือองค์กรระหว่างประเทศ

                (๕)   ดอกผลหรือรายได้ที่เกิดจากเงินหรือทรัพย์สินของกองทุน

                (๖)    รายได้อื่น

           นอกจากนี้ ยังได้กำหนดที่มาของคณะกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม คุณสมบัติ วาระการดำรงตำแหน่ง อำนาจหน้าที่ รวมถึงเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้องในมาตรา ๒๑-๒๗ (ตามรายละเอียดพ.ร.บ.วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓) จากการเปลี่ยนแปลงกฎหมายดังกล่าว มีผลทำให้คณะกรรมการกองทุนฯ  ชุดที่ ๗ ซึ่งมีคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิตระกูล เป็นประธาน และผู้ทรงคุณวุฒิอีก ๕ ท่าน ร่วมเป็นคณะกรรมการ  อันเป็นชุดสุดท้ายตามพ.ร.บ.ฉบับเดิม ต้องพ้นวาระไปในวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ตามมาตรา ๓๓ ในบทเฉพาะกาล และจะต้องมีการเลือกคณะกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมชุดใหม่ขึ้นตามพ.ร.บ.วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓

           ทั้งนี้   พลเอกยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี  ในฐานะประธานกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้ลงนามแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกองทุนส่งเสริมวัฒนธรรมชุดใหม่ตามพ.ร.บ.วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓ จำนวน ๘ ท่าน เรียบร้อยไปแล้ว เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา (รายชื่อคณะกรรมการ ดูได้จากหัวข้อ คณะกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม” ในหน้าเวบเดียวกันนี้)

๔.สถานะการเงินของกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ในปัจจุบันกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม มีเงินทุนดังนี้

 
           ๑.เงินทุนประเดิมจากรัฐบาล                                                                    ๑๖๐,๐๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท

            ๒.เงินสมทบกองทุนย่อย ๔๓ กองทุนรวมถึงเงินทุนรับล่วงหน้า                                ๒๗,๔๙๘,๘๙๘.๖๗ บาท

            ๓.เงินทุนที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะ                                                                 ๘,๔๐๔,๐๗๓.๖๒  บาท 

               -กองทุนศิลปะการแสดงละครเวที

               -กองทุนของที่ระลึก

            ๔.ครุภัณฑ์ภาพผลงานศิลปะ จำนวน ๒๑ ภาพ คิดเป็นมูลค่า                                  ๕,๙๕๕,๐๐๐.๐๐   บาท

            ๕.เงินอุดหนุนสวัสดิการศิลปินแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิฯและผู้มีผลงานดีเด่น (ปี ๕๗)        ๔๗,๕๗๔,๐๐๐.๐๐   บาท

                                                                                                 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น      ๒๔๙,๔๓๑,๙๗๒.๒๙    บาท 

ข้อมูล ณ  เดือนมีนาคม ๒๕๕๗