Main Menu

สถิติผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้161
mod_vvisit_counterเมื่อวาน266
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้1464
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว1379
mod_vvisit_counterเดือนนี้5241
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว9090
mod_vvisit_counterรวมทั้งหมด253286

We have: 3 guests, 3 bots online
Your IP: 54.161.235.83
 , 
Today: ต.ค. 25, 2014

                                    ๒๘ ธันวาคม “วันพระเจ้าตากสินมหาราช”

                                         วีรกษัตริย์ไทยผู้กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว และเปี่ยมด้วยคุณธรรม

                                            

               โดยทั่วไป ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “วีรบุรุษ” นั้น นอกเหนือไปจากความเก่งกล้า สามารถในด้านต่างๆ โดยเฉพาะการรบแล้ว บุคคลผู้นั้นยังต้องเปี่ยมไปด้วยคุณงามความดี และมีคุณธรรมประจำใจ พูดง่ายๆว่าต้องเป็นคน “เก่งและดี” จึงจะได้รับการเคารพยกย่อง และเป็นผู้ที่ประทับอยู่ในความทรงจำของผู้คนอย่างมิรู้ลืมเลือน
               ในบรรดาพระมหากษัตริย์ของไทยนับแต่อดีตจนปัจจุบัน พระเจ้าตากสินมหาราช ทรงเป็นวีรกษัตริย์ไทยอีกพระองค์หนึ่งที่ได้รับการเทิดทูน และเคารพบูชาจากประชาชนชาวไทยมาโดยตลอด ไม่เพียงเพราะพระปรีชาสามารถในการรบที่กอบกู้ชาติไทยให้เป็นเอกราช และสร้างความเป็นปึกแผ่นแก่บ้านเมืองของเราเท่านั้น แต่พระองค์ยังเป็นผู้นำที่เปี่ยมไปด้วยความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว มีความกตัญญูและเสียสละต่อผืนแผ่นดินไทยอย่างยากที่จะหาผู้ใดเสมือนเหมือน อีกด้วย
               ตามพระราชประวัติ เราจะทราบได้ว่าทรงมีกำเนิดเป็นเพียงสามัญชน เป็นคนไทยเชื้อสายจีน กล่าวคือบิดาเป็นจีนชื่อ นายไหฮอง ส่วนมารดาเป็นไทยชื่อ นางนกเอี้ยง ทรงเข้ารับราชการมาแต่แผ่นดินกรุงศรีอยุธยาตอนปลายในสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ต่อเนื่องมาจนรัชสมัยของพระเจ้าเอกทัศน์ อันเป็นเวลาที่กรุงศรีอยุธยาได้เสียทีแก่พม่าเป็นครั้งที่ ๒ และพระเจ้าตากสินมหาราชซึ่งดำรงตำแหน่งพระยาวชิรปราการ รักษาการเจ้าเมืองกำแพงเพชรในขณะนั้น ได้ใช้เวลาเพียง ๗ เดือนกอบกู้เอกราชเป็นผลสำเร็จ และปราบดาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์ ทรงพระนามว่า  “สมเด็จพระบรมราชาที่ ๔”  แต่ประชาชนยังนิยมเรียกพระองค์ในตำแหน่งเดิมว่า “พระเจ้าตากสิน”
                การที่พระเจ้าตากสินมารับราชการงานเมือง ทั้งๆที่บิดาของท่านเป็นพ่อค้า หากจะคิดว่าเป็นเพราะพระองค์หวังให้เป็นเกียรติยศ ชื่อเสียงแก่วงศ์ตระกูลแล้ว อย่างน้อยพระองค์ก็ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง เพราะทรงสามารถทำความดีความชอบได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งมาโดยตลอด แต่หลังจากเสียกรุงแล้ว แม้จะมีตำแหน่งเป็นถึงเจ้าเมืองกำแพงเพชร แต่พระองค์ก็ยังคงเป็นสามัญชนคนธรรมดา มิได้มีเชื้อพระวงศ์หรือเกี่ยวข้องอันใดกับพระมหากษัตริย์ เมื่อกรุงศรีอยุธยาล่มสลาย เหตุใดพระองค์จึงต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการเพื่อกอบกู้แผ่นดินไทย คงมิใช่เพราะทรงมักใหญ่ใฝ่สูงหรือคิดจะตั้งตนเป็นพระมหากษัตริย์แต่แรก แต่เชื่อว่าด้วยบุคลิก ตลอดจนพระปรีชาสามารถที่โดดเด่น กอปรกับน้ำพระทัยอันห้าวหาญ และความรัก ความกตัญญูต่อแผ่นดินบ้านเกิด จึงทำให้พระองค์ท่านได้รับการยอมรับจากเหล่าอาณาประชาราษฎร์ จนสามารถรวบรวมอาณาจักรได้เป็นปึกแผ่นภายในระยะเวลาเพียง ๓ ปี ซึ่งตลอดระยะเวลาแห่งการครองราชย์ ๑๕ ปี มิได้ทรงสุขสบายเลย ทรงต้องตรากตรำทำศึกสงครามเพื่อชาติเพื่อแผ่นดินไทยมาโดยตลอด หากมิได้มีน้ำพระทัยยิ่งใหญ่ที่เปี่ยมไปด้วยความเสียสละแล้ว คงยากที่คนธรรมดาสามัญคนหนึ่งจะทำได้ เพราะไหนจะต้องทำศึกกับคนไทยด้วยกันเอง ไหนจะต้องรบกับพม่า ข้อสำคัญ ยังต้องเหนื่อยยากในการหาเงินทองมาบริหารจัดการฟื้นฟูบ้านเมือง   ให้คืนสภาพ ด้วย อันที่จริง หากจะศึกษาบุคลิกลักษณะของพระองค์จากพระราชประวัติแล้ว จะเห็นได้ว่าทรงมีคุณลักษณะที่โดดเด่นหลายประการ อาทิ
                ด้านพระปรีชาสามารถ ทรงศึกษาภาษาจีน ญวนและแขก จนสามารถตรัสทั้งสามภาษาได้อย่างคล่องแคล่ว นอกจากนี้ยังทรงฉลาด รอบรู้ด้านขนบธรรมเนียม และภารกิจต่างๆเป็นอย่างดี จนได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศให้ทำงานต่าง พระเนตรพระกรรณ โดยโปรดเกล้าฯให้เป็นมหาดเล็กรายงานราชการทั้งหลายในกระทรวงมหาดไทย กรมวัง และศาลหลวง ครั้นมาสมัยพระเจ้าเอกทัศน์ ยังได้รับการโปรดเกล้าฯให้เป็นข้าหลวงเชิญท้องตราราชสีห์ขึ้นไปชำระความหัว เมืองฝ่ายเหนือ ทำความดีความชอบได้เลื่อนเป็นหลวงยกบัตรเมืองตาก ช่วยราชการพระยาตาก และเมื่อพระยาตากถึงแก่กรรม ก็ได้เลื่อนเป็นพระยาตากแทน และต่อมาได้เลื่อนเป็นพระยาวชิรปราการ อันเป็นตำแหน่งสุดท้ายก่อนเสียกรุง               

                                     

                ด้านการรบทัพจับศึก เมื่อมังมหานรธา แม่ทัพพม่ายกมาตีปักษ์ใต้ และตีเรื่อยมาจนถึงเมืองเพชรบุรี กรุงศรีอยุธยาก็ได้ส่งพระยาโกษาธิบดีและพระองค์คือพระยาตากในขณะนั้น ไปรักษาเมืองและสามารถตีพม่าจนถอยร่นไปได้ และต่อมาเมื่อพม่ายกมาตีไทยอีก พระยาตากก็ได้มาช่วยรักษาพระนครไว้ได้   (จึงได้เลื่อนเป็นพระยาวชิรปราการ) ครั้นต่อมา เมื่อเห็นว่ากรุงศรีอยุธยาต้องเสียทีแก่พม่าแน่แล้ว เพราะผู้นำอ่อนแอ ไม่นำพาต่อราชการบ้านเมือง พระองค์จึงตัดสินใจรวบรวบสมัครพรรคพวกจำนวนหนึ่งตีฝ่าวงล้อมพม่าออกไปเพื่อ เตรียมกลับมากู้กรุงศรีอยุธยาอีกครั้ง ซึ่งพระองค์ก็ได้ใช้เวลาเพียง ๗ เดือนเท่านั้น ก็สามารถประกาศอิสรภาพได้สำเร็จ จากนั้นยังต้องยกกองทัพไปปราบปรามก๊กต่างๆที่ตั้งตัวเป็นใหญ่ เพื่อรวบรวมอาณาจักรไทยให้เป็นปึกแผ่น และตลอดรัชสมัยของพระองค์ยังต้องต่อสู้กับพม่าที่จะมาช่วงชิงอาณาจักรคืนอีก ถึง ๙ ครั้งใหญ่ นอกจากนี้ยังได้ทำการรบเพื่อขยายอาณาจักรอีกหลายครั้ง เป็นผลให้ไทยได้ประเทศราชคืนมาหลายแห่งเหมือนสมัยกรุงศรีอยุธยา เช่น กัมพูชา หลวงพระบาง จำปาศักดิ์และเวียงจันทร์ เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้ ย่อมแสดงให้เห็นว่าพระองค์เก่งด้านการรบเพียงไร และต้องเป็นนักวางแผนยุทธวิธีที่ดีด้วย จึงสามารถเอาชนะข้าศึกศัตรูได้ตลอดมา
               ด้านความเด็ดเดี่ยวและเด็ดขาด จะเห็นได้จากตอนที่จะบุกตีเมืองจันทบุรี ได้ให้ทหารหุงหาอาหารรับประทานแล้ว มีรับสั่งให้ทุบหม้อข้าวหม้อแกงเสีย และมีบัญชาว่าหากเข้าเมืองไม่ได้วันนี้ ก็ต้องอดตายกันหมด ครั้นแล้วพระองค์ก็ทรงช้างนำเข้าชนประตูเมืองจนพังทลาย และบุกเข้ายึดจันทบุรีได้สำเร็จในคืนนั้น หรือแม้แต่ตอนตัดสินพระทัยฝ่าวงล้อมออกมาจากกรุงศรีอยุธยาก่อนเสียกรุงฯก็เช่นกัน หากมัวละล้าละลัง ไม่คิดให้เด็ดขาดแล้ว ก็อาจถูกจับเป็นเชลยหรือสิ้นชีพไปแต่ครั้งนั้นแล้ว
               ด้านความกตัญญู แม้พระเจ้าเอกทัศน์จะเป็นผู้นำที่อ่อนแอและเป็นต้นเหตุให้เสียกรุง แต่พระเจ้าตากสินก็เคยรับราชการกับพระเจ้าเอกทัศน์มาก่อน  เมื่อพระองค์สามารถขับไล่พม่าและประกาศอิสรภาพได้แล้ว ก็ได้โปรดให้ขุดพระศพสมเด็จพระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์หรือพระเจ้าเอกทัศน์มาแห่แหน       และทำการถวายพระเพลิงให้                             ด้านน้ำพระทัยที่กว้างขวางและเมตตา กล่าวกันว่าพระเจ้าตากสินนั้น แม้จะยกทัพไปปราบปรามหรือตีเมืองใด หากเจ้าเมืองมาสวามิภักดิ์ ก็มักจะแต่งตั้งให้ครองเมืองหรือให้การสนับสนุนส่งเสริม มิได้ทำร้ายหรือเข่นฆ่าให้ตาย ยกเว้นจะแข็งข้อหรือตั้งต้นเป็นศัตรู แต่กระนั้นก็มิได้ทำร้ายไปถึงลูกเมียหรือญาติพี่น้องของผู้นั้น และเมื่อครั้นอะแซหวุ่นกี้แม่ทัพพม่าได้ทำนายทายทักว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกหรือเจ้าพระยาจักรีในขณะนั้นจะได้เป็นพระ มหากษัตริย์ต่อไปในอนาคต หากพระเจ้าตากสินจะไม่เปี่ยมไปด้วยน้ำพระทัยที่หนักแน่นมั่นคงแล้ว ก็อาจจะคิดระแวง หาทางกลั่นแกล้ง หรือกำจัดเจ้าพระยาจักรีเสียตอนนั้นก็ได้ แต่พระองค์ก็มิได้กระทำเช่นนั้น
                ที่กล่าวมาข้างต้น ดูจะเป็นภาคบู๊ของพระองค์ท่าน แต่จริงๆแล้ว ในภาคบุ๋นพระองค์ก็มีพระปรีชาสามารถไม่น้อย ทรงรักกวีนิพนธ์ และแม้จะทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่แทบจะทรงไม่ว่างเว้นจากการรบ แต่ก็ปรากฏว่าได้ทรงพระราชนิพนธ์บทละครเรื่อง รามเกียรติ์ที่ เรียกว่า รามเกียรติ์ ฉบับกรุงธนบุรี ไว้ด้วย ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นเพื่อใช้ในการเล่นละครหลวงในงานฉลองต่างๆ
               จากบุคลิกลักษณะบางส่วนของพระเจ้าตากสินมหาราชที่ยกมานี้ เราคงจะได้เห็นและซาบซึ้งถึงพระปรีชาสามารถ และพระคุณงามความดีต่างๆของพระองค์ท่านชัดเจนยิ่งขึ้น หากไม่มีพระองค์ที่ทรงเสียสละเพื่อชาติเพื่อแผ่นดินแม่แล้ว เราลูกหลานไทยคงจะไม่มีบ้านเมืองที่สุขสบายดังเช่นทุกวันนี้
               ดังนั้น เนื่องในวันคล้ายวันปราบดาภิเษกของพระองค์ท่าน ในวันที่ ๒๘ ธันวาคมของทุกปี ที่เรียกว่า “วันพระเจ้าตากสิน” สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ) จึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยได้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ด้วยการไปร่วมวางพวงมาลา ณ พระบรมราชานุสาวรีย์ หรือจัดกิจกรรมต่างๆเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชในวันนี้....................
เขียนเมื่อ ธันวาคม ๔๗
โดย อมรรัตน์ เทพกำปนาท
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม
ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ทัศชล  เทพกำปนาท เป็นอำนวยการกองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม 

รูปจาก www.google.com