รายชื่องานวิจัยวัฒนธรรมของสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ผลงานวิจัย คลิกเพื่อเลือก กรุงเทพมหานคร ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชื่อเรื่อง ผ้าทอชาวโย้ย อำเภอพังโคน และอำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร ชื่อผู้วิจัย อนันต์สิทธิ์ ซามาตร์ และคณะ ปี 2536 ผลงานวิจัย ผ้า การศึกษาเรื่องผ้าทอชาวโย้ย อำเภอพังโคน และอำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร ครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษากรรมวิธีทอผ้าของชาวโย้ย และศึกษาบทบาทของผ้าทอของชาวโย้ยในวิถีชีวิต โดยเลือกบ้านเดื่อศรีคันไชย ตำบลเดื่อศรีคันไชย อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร และบ้านอุ่มเหม้า ตำบลไฮหย่อง อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร เป็นพื้นที่ในการศึกษา ผลการศึกษาพบว่า ชาวโย้ยเป็นคนในกลุ่มชาติพันธุ์ไทย ลาว (ภูวาดลสอางค์) เมืองหอมท้าว ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เข้ามาในบริเวณอีสานตอนเหนือแถบจังหวัดนครพนม สกลนคร ในราวสมัยรัชกาลที่ ๓ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว กษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อเหตุการณ์สงครามเจ้าอนุวงศ์ ดังนั้นบริเวณจังหวัดนครพนมและสกลนคร จึงมีชาวโย้ยอาศัยอยู่พอประมาณปะปนกับชาวย้อ ชาวผู้ไท กะเลิง แสกและโส้ โดยเฉพาะชาวโย้ยจะหนาแน่นในอำเภอวานรนิวาส อำเภออากาศอำนวย อำเภอสว่างแดนดิน อำเภอพรรณานิคมและอำเภอพังโคน อุปนิสัยของชาวไทยโย้ย เช่นเดียวกับชนเผ่าไทยโดยทั่วไปคือ รักสงบ ให้ความเคารพยำเกรงต่อผู้ใหญ่และเจ้านาย มีฝีมือในด้านหัตถกรรมอย่างยอดเยี่ยมทั้งชายและหญิง เพราะสิ่งประดิษฐ์ต่างๆถูกทำขึ้นเพื่อนำมาใช้สอยในครัวเรือน เหลือไว้แลกเปลี่ยนกับข้าวของที่จำเป็นที่ครอบครัวไม่สามารถทำได้เอง หญิงชาวไทยย้อมีความเชี่ยวชาญในหัตถกรรมทอผ้าอย่างยิ่ง ผ้าที่นิยมทำเพื่อใช้ในชีวิตประจำวันและใชัในพิธีกรรมต่างๆ ได้แก่ ผ้ามัดหมี่และผ้าลายขิด ผ้ามัดหมี่ถือเป็นผ้าที่ทำได้อย่างเยี่ยมยอด มีลวดลายดั้งเดิมมากมาย โดยเฉพาะหมี่คั่นและหมี่ตา หมี่ดัฃกล่าวชาวไทยโย้ยสามารถทำได้อย่างประณีต ทั้งวัสดุที่ใช้ไหมและฝ้ายในการถักทอ โดยเฉพาะผ้ามัดหมี่ที่ทำด้วยไหมจะถูกกระบวนการทอผ้าที่ประณีตทุกขั้นตอนตั้งแต่การสาวไหม การย้อม การมัดหมี่และการทอ ผ้าไหมของชาวไทย้อจะพลิ้งอ่อนงดงามไม่ท้าน สีที่ใช้ก็ไม่ฉูดฉาดจนเกินไป แสดงถึงความเคร่งขรึม โดยเฉพาะผ้าทอที่นำไปเพื่อห่อคัมภีร์จะถูกทำอย่างประณีตอย่างสูงสุด เพื่อเป็นพุทธบูชาลวดลายมัดหมี่ที่สำคัญถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของชาวไทยโย้ย ได้แก่ ลายงูลอย ซึ่งมีความแตกต่างจากลวดลายของไทยเผ่าอื่น ผ้าขิด คือ เป็นผ้าที่ใช้กระบวนการทอผ้าอย่างประณีตและมักจะถูกนำมาใช้เพื่อประกอบพิธีกรรมมากกว่าการใช้ในวิถีชีวิตประจำวัน ลวดลายของผ้าขิดก็มีความคล้ายคลึงกับของคนไทยเผ่าอื่นๆ แต่ที่สำคัญ ผ้าขิดของชาวไทยโย้ยจะนำมาใช้ในพิธีกรรมเพียงอย่างเดียว ตั้งแต่พิธีกรรมการบวช พิธีกรรมการแต่งงาน พิธีกรรมทอดกฐิน พิธีกรรมการตาย พิธีกรรมขึ้นบ้านใหม่ ฯลฯ เพราะถือว่าผ้าขิดเป็นของสูง กรรมวิธีทำยุ่งยาก ใช้เวลานาน และประการสำคัญถือเป็นการแสดงความสามารถของสตรีว่าได้ถูกถ่ายทอดตามกระบวนการการเรียนรู้ของสังคมมากน้อยเพียงไร อันเป็นการเตรียมความพร้อมสู่วัยแห่งการครองเรือน. ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่า ผ้าทอชาวโย้ย อำเภอพังโคน และอำเภอวานรนิวาส ถือเป็นผลผลิตแห่งกระบวนการการเรียนรู้ทางสังคม ในอันจะสร้างบุคลากรให้มารับสังคมอย่างมีคุณภาพ มีประสิทธิภาพและมีคุณธรรม ตามวิธีการการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อเป็นเครื่องมือรับใช้สังคมในชุมชนท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพอย่างดีเยี่ยม
ผ้าทอชาวโย้ย อำเภอพังโคน และอำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร
อนันต์สิทธิ์ ซามาตร์ และคณะ
2536
การศึกษาเรื่องผ้าทอชาวโย้ย อำเภอพังโคน และอำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร ครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษากรรมวิธีทอผ้าของชาวโย้ย และศึกษาบทบาทของผ้าทอของชาวโย้ยในวิถีชีวิต โดยเลือกบ้านเดื่อศรีคันไชย ตำบลเดื่อศรีคันไชย อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร และบ้านอุ่มเหม้า ตำบลไฮหย่อง อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร เป็นพื้นที่ในการศึกษา ผลการศึกษาพบว่า ชาวโย้ยเป็นคนในกลุ่มชาติพันธุ์ไทย ลาว (ภูวาดลสอางค์) เมืองหอมท้าว ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เข้ามาในบริเวณอีสานตอนเหนือแถบจังหวัดนครพนม สกลนคร ในราวสมัยรัชกาลที่ ๓ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว กษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อเหตุการณ์สงครามเจ้าอนุวงศ์ ดังนั้นบริเวณจังหวัดนครพนมและสกลนคร จึงมีชาวโย้ยอาศัยอยู่พอประมาณปะปนกับชาวย้อ ชาวผู้ไท กะเลิง แสกและโส้ โดยเฉพาะชาวโย้ยจะหนาแน่นในอำเภอวานรนิวาส อำเภออากาศอำนวย อำเภอสว่างแดนดิน อำเภอพรรณานิคมและอำเภอพังโคน อุปนิสัยของชาวไทยโย้ย เช่นเดียวกับชนเผ่าไทยโดยทั่วไปคือ รักสงบ ให้ความเคารพยำเกรงต่อผู้ใหญ่และเจ้านาย มีฝีมือในด้านหัตถกรรมอย่างยอดเยี่ยมทั้งชายและหญิง เพราะสิ่งประดิษฐ์ต่างๆถูกทำขึ้นเพื่อนำมาใช้สอยในครัวเรือน เหลือไว้แลกเปลี่ยนกับข้าวของที่จำเป็นที่ครอบครัวไม่สามารถทำได้เอง หญิงชาวไทยย้อมีความเชี่ยวชาญในหัตถกรรมทอผ้าอย่างยิ่ง ผ้าที่นิยมทำเพื่อใช้ในชีวิตประจำวันและใชัในพิธีกรรมต่างๆ ได้แก่ ผ้ามัดหมี่และผ้าลายขิด ผ้ามัดหมี่ถือเป็นผ้าที่ทำได้อย่างเยี่ยมยอด มีลวดลายดั้งเดิมมากมาย โดยเฉพาะหมี่คั่นและหมี่ตา หมี่ดัฃกล่าวชาวไทยโย้ยสามารถทำได้อย่างประณีต ทั้งวัสดุที่ใช้ไหมและฝ้ายในการถักทอ โดยเฉพาะผ้ามัดหมี่ที่ทำด้วยไหมจะถูกกระบวนการทอผ้าที่ประณีตทุกขั้นตอนตั้งแต่การสาวไหม การย้อม การมัดหมี่และการทอ ผ้าไหมของชาวไทย้อจะพลิ้งอ่อนงดงามไม่ท้าน สีที่ใช้ก็ไม่ฉูดฉาดจนเกินไป แสดงถึงความเคร่งขรึม โดยเฉพาะผ้าทอที่นำไปเพื่อห่อคัมภีร์จะถูกทำอย่างประณีตอย่างสูงสุด เพื่อเป็นพุทธบูชาลวดลายมัดหมี่ที่สำคัญถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของชาวไทยโย้ย ได้แก่ ลายงูลอย ซึ่งมีความแตกต่างจากลวดลายของไทยเผ่าอื่น ผ้าขิด คือ เป็นผ้าที่ใช้กระบวนการทอผ้าอย่างประณีตและมักจะถูกนำมาใช้เพื่อประกอบพิธีกรรมมากกว่าการใช้ในวิถีชีวิตประจำวัน ลวดลายของผ้าขิดก็มีความคล้ายคลึงกับของคนไทยเผ่าอื่นๆ แต่ที่สำคัญ ผ้าขิดของชาวไทยโย้ยจะนำมาใช้ในพิธีกรรมเพียงอย่างเดียว ตั้งแต่พิธีกรรมการบวช พิธีกรรมการแต่งงาน พิธีกรรมทอดกฐิน พิธีกรรมการตาย พิธีกรรมขึ้นบ้านใหม่ ฯลฯ เพราะถือว่าผ้าขิดเป็นของสูง กรรมวิธีทำยุ่งยาก ใช้เวลานาน และประการสำคัญถือเป็นการแสดงความสามารถของสตรีว่าได้ถูกถ่ายทอดตามกระบวนการการเรียนรู้ของสังคมมากน้อยเพียงไร อันเป็นการเตรียมความพร้อมสู่วัยแห่งการครองเรือน. ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่า ผ้าทอชาวโย้ย อำเภอพังโคน และอำเภอวานรนิวาส ถือเป็นผลผลิตแห่งกระบวนการการเรียนรู้ทางสังคม ในอันจะสร้างบุคลากรให้มารับสังคมอย่างมีคุณภาพ มีประสิทธิภาพและมีคุณธรรม ตามวิธีการการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อเป็นเครื่องมือรับใช้สังคมในชุมชนท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพอย่างดีเยี่ยม