ชื่อศิลปหัตถกรรม
        บั้งไฟแสน

 การฝึกหัด
        เริ่มจากความคิดด้วยตัวเอง แล้วไปเรียนมาจากหนองคาย ผสมกับความคิดค้น เช่น หาเลาหาง ไม้ไผ่หวาน ถ่านไม้ละค่างเป็นถ่านบั้งไฟที่ดีมาก ต่อมาใช้ไม้อะลาง เอากิ่งไม้มาจ้างเขาลอกเปลือก ตัดเป็นท่อนยาว ๑ ฟุต ผ่าตากแดด เผาถ่าน โดยขุดหลุม เผาถ่านให้ไหม้แล้ว เขี่ยลงหลุม เอาสังกะสีปิด ดินกลบ
        นอกจากถ่านก็มีไม้เถียดที่ใช้ปิดส่วนหัวท้าย โดยใช้ไม้เนื้อแข็งกลึงให้กลม ใช้สว่านเจาะปิดหัวท้าย
        ต่อมาจากใช้ไม้ไผ่เป็นเลา มาใช้เลาเหล็กอยู่ระยะหนึ่ง จนปัจจุบันนี้ใช้พลาสล่อนแทนทั้งหมด

วิธีการทำ
        ใช้ตาเต็ง (ตาชั่งที่ใช้ชั่งทอง) ดินประสิว ๑๐๐ (หนึ่งร้อย)
                                     ถ่าน ๔ บาท
        เรียกว่า ถ่าน ๔ จะทำเองพร้อมลูกน้อง ๘ คน โดยชั่งส่วนผสม แล้วให้เด็กบด ผสมน้ำให้เด็กอัด ทำแต่ละครั้ง ๆ ละ ๑๐ ลัง ๆ ละ ๑๒ กิโลกรัม (ดินประสิว)
        บั้งไฟแสน ใช้รู ๖ นิ้ว ยาว ๔ เมตร

        ยอด ใช้ถ่าน ๕ คือมีขนาดเหล็กเจาะรูคือระยะจากหัวถึงท้าย ๔ ช่วง ใช้ดินปืนถ่าน ๒ ส่วน เป็นชั้น ๆ การจุดแล้วแต่นิยมของใครของมัน ไฟจะติดจากส่วนยอดมาก่อน
        ปัจจุบัน บั้งไฟปิดหัว เดิมปิดท้าย
        บั้งไฟนายอัมพร เคยชนะในจังหวัดยโสธรมาแล้ว ๔ ปี ต่อมาในสมัยนายประจวบ ไชยสานต์เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาติดต่อให้ทำบั้งไฟเพื่อทดลองทำฝนเทียม โดยให้บั้งไฟนำคาร์บอนไดออกไซด์แห้งขึ้นไปโปรยแทนเครื่องบิน โดยมีนักวิทยาศาสตร์มาควบคุม โดยใช้ขี้เกียดิบ TNT หัวจรวดกำมะถัน โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์เป็นผู้บอกขนาด แต่ส่วนผสมเป็นของนายอัมพร ให้ทำ ๕ บั้ง ๔ บั้ง เป็นบั้งไฟจรวด อีกหนึ่งบั้งใส่หาง จุดขึ้น ๓ บั้ง แตก ๑ บั้ง ไปจุดที่เขื่อนศิรินธรอุบลราชธานี
        บั้งไฟจรวด จะบรรทุกสารเคมีทำฝนเทียมขึ้นไปด้วย ปรากฏว่าบั้งไฟขึ้นสูงตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ งานวิจัยนี้หลังจากหมดสมัยนายประจวบ ไชยสานต์ก็ยุติ นายอัมพรเกือบได้ไปญี่ปุ่นเนื่องจากเขาเชิญมา แต่ได้ไปบรรยายให้นักเรียนโรงเรียนต่าง ๆ ฟังแทน

การทำบั้งไฟ
        ไม่ใช้สัดส่วน ปัจจุบันชั่งเป็นกิโลกรัม เทดินปืนลงไปปริมาตร ๔ ส่วน จะอัดลงให้แน่นเหลือเพียง ๑ ส่วน นายอัมพรทำบั้งไฟตั้งแต่อายุ ๑๗ ปี ก่อนบวช โดยมีคนมาว่าจ้างให้ทำบั้งละ ๒๐๐-๓๐๐ บาทเท่านั้น ต่อมาบั้งละ ๗,๐๐๐ - ๒๐,๐๐๐ บาท ถ้าจ้างให้ทำจะตามไปจุดให้ด้วย เคยไปจุดที่ไกลที่สุดที่กำแพงเพชร เขามีประเพณียโสธร โดยมีนายอำเภอบ่อทองโทรมาสั่งโดยจ่ายเงินให้ ๒ หมื่นห้าพันบาท และยังมีอีกหลายจังหวัดเช่น เพชรบูรณ์ มหาสารคาม บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ อุบลฯ สุรินทร์ เขาจะทำบั้งไฟไปเพื่อโชว์ ให้คนเขามาจ้าง ดู หรือบริจาค โดยเฉพาะที่บางแสน ปัจจุบันจะไม่ไปจุดให้ เพราะเขาทำเป็นธุรกิจ โดยให้เราทำฐานจุดแล้วล้อมพื้นที่ไว้ โดยแห่และเซิ้งให้คนดู จึงไม่ไปอีกเลย
        เรื่องเอ้หรือตกแต่งบั้งไฟ เคยทำ แต่ปัจจุบันเน้นแต่บั้งไฟจุดอย่างเดียว ปีหนึ่งทำบั้งไฟแสน ๒๐ บั้ง ในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายน ส่วนบั้งไฟเล็กกว่าบั้งไฟแสน เช่นบั้งไฟหมื่น มีคนเขามาจ้างทำเป็นร้อย ๆ บั้งต่อปี

การสืบทอดการทำบั้งไฟ
        จะถ่ายทอดให้ลูกหลาน และใครก็ตามที่สนใจอยากจะเรียนรู้ เช่น ลูกศิษย์จากบ้านสำโรง ศรีสะเกษ กันทรารมย์ อำเภอเมืองยโสธร อำนาจเจริญ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี ไม่มีการคัดเลือกลูกศิษย์
        ค่ายกครู ขันห้า ขันแปด ผ้าไตร ๑ ไตร เงิน ๒๒ บาท บางคนก็ให้ ๓-๔ พันบาท เมื่อเรียนจบซึ่งจะใช้เวลาเรียนเพียงคนเดียวเท่านั้น
        บั้งไฟแสน ๑ บั้ง ปีที่แล้ว (พ.ศ. ๒๕๔๐) ลงทุน ๑ หมื่น ๑ พันบาท

ชื่อ นายอัมพร จักรไชย
เกิด พ.ศ. ๒๔๘๗
ที่อยู่ ๓๐๒ ถนนเหลี่ยมประดิษฐ์ ตำบลลุมพุก อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร
การศึกษา ประถมศึกษาปีที่ ๔
อาชีพ ทำนา ทำบั้งไฟ
สถานภาพ แต่งงาน
ชาติพันธุ์ ไท - ลาว
ภาษา อีสาน