ประวัติความเป็นมา
         ชาวไทยมุสลิม เป็นชนชาติเก่าแก่ชาติหนึ่ง ส่วนมากอยู่ทางใต้ของประเทศไทยและอยู่กระจัดกระจายทุกจังหวัด ที่จังหวัดปทุมธานีมีชาวไทยมุสลิมอยู่ในเขตอำเภอลำลูกกา อำเภอหนองเสือ อำเภอสามโคก อำเภอลาดหลุมแก้ว อำเภอคลองหลวง และอำเภอเมือง ชาวไทยมุสลิมบางครั้งเรียกว่า "แขก" จึงเรียกหมู่บ้านชาวไทยมุสลิมว่า "บ้านแขก" การตั้งบ้านเรือนแต่ละที่จะอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม
         ความเป็นมาของชาวไทยมุสลิมในจังหวัดปทุมธานี เมื่อ พ.ศ. ๒๓๓๔ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระราชวังบวรมหสุรสีหนาท ยกทัพไปทำสงครามเพื่อรวบรวมชาติไทยให้เป็นปึกแผ่น ที่หัวเมืองปัตตานีจะแบ่งแยกดินแดนเป็นหัวเมืองอิสระไม่ขึ้นต่อกรุงเทพฯ การยกทัยพไปปราบกบฏในครั้งนี้ได้นำปืนใหญ่พญาตานีที่ยึดได้กลับมาด้วย (ปัจจุบันปืนใหญ่พญาตานีตั้งอยู่ที่หน้ากระทรวงกลาโหม) และได้ย้ายครอบครัวอิสลามเมืองปัตตานีเข้ามาตั้งบ้านเรือนที่หนองจอก มีนบุรี จังหวัดกรุงเทพฯ และอีกส่วนหนึ่งนำมาไว้ที่คลอง ๘ ตำบลบึงคำพร้อย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี
         รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ปี พ.ศ. ๒๓๖๙ เจ้าอนุวงศ์ผู้ครองนครเวียงจันทร์ได้คิดเป็นกบฏยกทัพใหญ่หมายเข้าตีกรุงเทพฯ คุณหญิงโมได้ออกต่อต้านร่วมกับทหารและประชาชน แต่สู้เจ้าอนุวงศ์ไม่ได้ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ส่งกองทัพหลวงเข้าไปช่วยเมื่อปราบกบฏได้สำเร็จแล้วได้กวาดต้อนชาวเวียงจันทร์ลงมากรุงเทพฯ และได้โปรดเกล้าฯ ให้นำมาไว้ที่บริเวณวัดสร้อยทอง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี
         ใน พ.ศ. ๒๓๗๓ เมืองปัตตานีเกิดแข็งเมืองอีกจึงโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศ บุญนาค) ยกทัพไปปราบและย้ายครอบครัวชาวอิสลามเมืองปัตตานีให้มาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง และที่ตำบลสวนพริกไทย อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งอยู่ใกล้กับวัดสร้อยทอง เป็นบริเวณใกล้เคียงกับที่อพยพชาวลาวจากเวียงจันทร์มาไว้
         ปกติชาวไทยมุสลิมในจังหวัดปทุมธานีนิยมตั้งบ้านเรือนรวมกันอยู่เป็นหมู่บ้าน และมีความเป็นอยู่ที่มีลักษณะเฉพาะของตนเอง แม้แต่ภาษาที่ใช้จะใช้ภาษาอาหรับและภาษามลายูผสมผสานกัน การแต่งกาย ผู้ชายจะใช้ผ้าโพกศีรษะเรียกว่า "โพกผ้าซาราบั่น" หรือในบางครั้งจะสวมหมวกกะเปี๊ยะ ผู้หญิงใช้ผ้าคลุมหน้า สวมเสื้อแขนยาว นุ่งผ้าโสร่ง ไม่รับประทานหมู ไม่เลี้ยงสุนัข ปฏิบัติตามศาสนบัญญัติอย่างเคร่งครัด
         ชีวิตประจำวันของชาวมุสลิมส่วนใหญ่ขยันทำมาหากิน หัวหน้าครอบครัวเป็นผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงคนในครอบครัว เช่น ทำนา ทำสวน ตัดผม ค้าขาย เลี้ยงสัตว์ ฯลฯ แม่บ้านเลี้ยงลูก ปรุงอาหาร จะช่วยประกอบอาชีพ ทำนา ทำสวน ปลูกผัก เป็นต้น ชาวไทยมุสลิมจะรับประทานอาหาร ๓ มื้อ ปกติ ยกเว้นในเดือนถือบวชหรือถือศีลอดจะรับประทานอาหารหลังดวงอาทิตย์ตกจนถึงดวงอาทิตย์ขึ้น ในเวลากลางวันจะเว้นการรับประทานอาหาร ดื่มน้ำ และลูบไล้ของหอมเป็นเวลาประมาณ ๑๕ ชั่วโมง ระยะเวลาที่ถือศีลอด ๒๙-๓๐ วันในรอบปี ทุกคนจะปฏิบัติอย่างเคร่งครัดทั้งหญิงและชาย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ อาหารที่โปรดปรานที่สุด คือ เนื้อสัตว์ เช่น แกงมัสมั่น แกงกุรม่า ต้มซุป ข้าวหมกเนื้อสัตว์ อาหารประเภทแป้ง นม เนย ได้แก่ โรตี มะตะบะ ถ้าเป็นเนื้อสัตว์จะรับประทานสัตว์ที่ชาวมุสลิมฆ่าเอง
         เด็กชาวไทยมุสลิมมีตาคม จมูกโด่ง ผมหยักศก หน้าตาดี เด็กทุกคนต้องได้รับการเรียนรู้ทางศาสนาแต่เยาว์วัย อุปนิสัยของชาวมุสลิมเป็นคนรักความสงบ รักพวกพ้อง มีความรักความสามัคคีในกลุ่มชน มีการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน ยึดมั่นในพระเจ้าองค์เดียว มีนิสัยสุขุมเยือกเย็น ผู้ชายสามารถมีภรรยาได้ ๔ คน
         พิธีกรรมที่สำคัญ เช่น การละหมาดวันละห้าเวลา การแต่งงาน การฝังศพภายใน ๒๔ ชั่วโมง การดูเดือน การไปประกอบพิธีหัจญ์ การออกซะกาต การขลิบหนังหุ้มอวัยวะเพศชาย การปฏิบัติตนในวันสำคัญหรือในชีวิตประจำวันและปฏิบัติตามหลักศาสนบัญญัติ
         ภาษาที่ชาวไทยมุสลิมใช้ ชาวไทยมุสลิมที่อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี โดยเฉพาะนักเรียนของโรงเรียนร่วมจิตประสาท ภาษามิได้เหมือนภาคใต้ของประเทศไทยที่ใช้ภาษามลายูของท้องถิ่น และมิได้ใช้ภาษาอาหรับโดยตรง แต่เป็นการใช้ภาษาแบบผสมผสานและมีศัพท์เรียกเฉพาะของตนเอง ในการออกเสียงภาษาไทยมุสลิมภาษาพูดทั่วไปจะออกเสียงสูง เช่น เป็ด เป็น เป๊ด , เผ็ด เป็น เผ๊ด , สะอาด เป็น ซะอ๊ด , ขยะ เป็น ขะยะ หรือ การออกเสียงคำบางคำไม่สามารถออกเป็นภาษาไทยได้ คำเรียกวงศ์ญาติก็มีความหมายแตกต่างกันในกลุ่มชาวไทยมุสลิมเอง ซึ่งพบว่า เด็กชาวไทยมุสลิมจะเรียกพ่อว่า ป๊ะ , เป๊าะ , เยาะห์ , ป๋า ซึ่งคำทุกคำหมายถึงพ่อ คำเรียกชื่อคน สิ่งของ เครื่องใช้แม้แต่สถานที่จะแตกต่างจากคำภาษาไทยพื้นฐานโดยสิ้นเชิง

ชื่อ นางหมายใจ จิตรตรีธรรม
ที่อยู่ โรงเรียนร่วมจิตรประสาท คลอง ๑๓ อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี
ชาติพันธุ์ ไทย
ภาษา ไทย
วันที่ให้สัมภาษณ์ วันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๒