|
ครั้นถึงวันที่ ๕ ธันวาคม เวียนมาบรรจบในทุกปี เหล่าพสกนิกรชาวไทยทั่วทั้งผอง ล้วนปลื้ม ปิติกันทั่วหน้า โดยเฉพาะเมื่อได้รับทราบข่าวดีว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พ่อหลวงของแผ่นดิน ผู้เป็นที่รักและเทิดทูนยิ่งของทุกคน ทรงมีพระพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง และจะเป็นข่าวที่ดีที่สุดในรอบปีถ้าพระองค์ทรงหายจากอาการพระประชวรซึ่งสาเหตุหลักมาจากการตรากตรำพระวรกาย ในการทรงงานเพื่อสร้างความผาสุกให้แก่พสกนิกรชาวไทย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ ๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เสด็จพระราชสมภพ ณ โรงพยาบาลเมานท์ออเบอร์น (Mount Auburn) เมืองเคมบริดจ์ (Cambridge) รัฐแมสสาชูเซตต์ (Massachusetts) สหรัฐอเมริกา เมื่อวันจันทร์ เดือนอ้าย ขึ้น ๑๒ ค่ำ ปีเถาะ นพศก นับตั้งแต่เสด็จขึ้นครองราชย์ เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๘๙ จนถึงปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอันประเสริฐยิ่งแก่ประชาชนชาวไทย ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประชาชนของพระองค์มาโดยตลอด พระองค์ทรงตรากตรำพระวรกาย ทรงงานด้วยความวิริยะอุตสาหะ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับพสกนิกร ก่อเกิดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมากมายทั่วประเทศ ช่วยให้ราษฎรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีและพบกับความสุขที่ยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา การเกษตร การสาธารณสุข สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน การคมนาคม ในงานด้านศิลปวัฒนธรรมของชาติก็เช่นกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพระราชกรณียกิจ และทรงมีพระราชดำริ ที่แสดงความห่วงใยในศิลปวัฒนธรรมของชาติอย่างสม่ำเสมอ ดังเช่นที่พระองค์ทรงมีพระบรมราโชวาท แก่คณะนาฏศิลป์จากกรมศิลปากร ซึ่งจะเดินทางไปเผยแพร่ศิลปะและวัฒนธรรมไทย ณ ประเทศออสเตรเลียวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๓ ความตอนหนึ่ง ดังนี้ "คำว่า วัฒนธรรม นี่ จะแปลว่าอะไรก็แล้วแต่จะตีความ ความจริงแปลว่า ความเจริญความก้าวหน้า แต่วัฒนธรรมในที่นี้ก็คงจะบ่งถึงว่า มีความเจริญมาช้านาน ไม่ใช่ว่ามีความเจริญก้าวหน้า จะเห็นได้ว่าพระราชดำริและพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการฟื้นฟูและการอนุรักษ์ศิลป วัฒนธรรม ที่ได้ทรงบำเพ็ญมานับตั้งแต่ขึ้นครองราชย์จวบจนทุกวันนี้นั้นมีอยู่มากมาย พระราชกรณียกิจที่ทรงกระทำอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนไทยเกิดค่านิยม ความสำนึก ในการดำเนินชีวิตตามแนวพระราชดำริ เช่น การใช้ชีวิตอย่างพอเพียง และที่สำคัญยิ่งคือ การทรงเป็นต้นแบบ เป็นแบบอย่าง และทรงศึกษาค้นคว้าจนรู้แจ้งในพระราชกรณียกิจต่างๆ รวมทั้งทรงห่วงใยให้มีการอนุรักษ์และสืบทอด ไม่ว่าจะเป็นภาษาไทย ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม ทัศนศิลป์ นาฏศิลป์ การดนตรีและศิลปะแขนงต่างๆ เช่น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยภาพยนตร์ส่วนพระองค์บันทึกภาพยนตร์เกี่ยวกับการฟ้อนรำแบบไทยไว้เพื่อเป็นแบบแผนแก่อนุชนรุ่นหลัง พระราชกรณียกิจและแนวพระราชดำริในการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมที่กล่าวมานี้เป็นเพียงบางส่วนเท่านั้นที่ทรงบำเพ็ญในฐานะที่ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงมีพระอัจฉริยภาพและสร้างสรรค์งานศิลปะแขนงต่างๆ ไว้อย่างมากมาย ซึ่งคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายพระราชสมัญญา "อัครศิลปิน” แด่พระองค์ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐานพระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๙ พระราชสมัญญา "อัครศิลปิน” แปลตามศัพท์ว่า "ผู้มีศิลปะอันเลอเลิศ” หรือ "ผู้เป็นใหญ่ในศิลปิน” พระองค์ทรงเป็นเลิศในศิลปะทั้งมวล ทรงได้รับการยกย่องสดุดีพระเกียรติคุณทั้ง จากพสกนิกรและศิลปินทั่วโลกในพระปรีชาสามารถอย่างหาที่เปรียบมิได้ ทรงเป็นปราชญ์ในศิลปะหลายสาขา อาทิ ด้านดุริยางคศิลป์ ทรงพระปรีชาสามารถในการทรงเครื่องดนตรีหลายชนิดโดยมีเครื่องดนตรีที่โปรดปรานเช่น แซกโซโฟน คลาริเน็ต และทรัมเป็ต โดยพระองค์ท่านได้ทรงดนตรีกับนักดนตรีที่มีชื่อเสียงระดับโลกมากมาย อาทิ เบนนี่ กู๊ดแมน (Benny Goodman) ยอดนักคลาริเน็ตชื่อก้องโลก หลุยส์ อาร์มสตรอง (Louis Armstrong) นักเป่าทรัมเป็ต ฯลฯ ทรงพระราชนิพนธ์เพลงไว้ถึง ๔๘ เพลง ซึ่งเป็นบทเพลงพระราชนิพนธ์ทั้งเนื้อร้องและทำนอง จำนวน ๗ เพลง โดยบรรเลงในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งในแนวแจซซ์ คลาสสิก เพลงสมัยนิยม บทเพลงขับร้อง เป็นต้น ด้านประติมากรรม ประติมากรรมฝีพระหัตถ์เป็นประติมากรรมลอยตัว ได้แก่ รูปปั้นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระกำลังแผ่นหรือพระสมเด็จจิตรลดา การสร้างพระพุทธนวราชบพิตร เพื่อพระราชทานไปประดิษฐาน ณ จังหวัดต่างๆ ทั่วพระราชอาณาจักร ด้านจิตรกรรม ตั้งแต่ปี ๒๕๐๒ ถึง ๒๕๑๐ มีผลงานด้านจิตรกรรมถึง ๑๖๗ ภาพทรงสร้างสรรค์งานจิตรกรรมไว้หลายด้าน ทั้ง ภาพเหมือนจริง(Portrait) เอ็กซ์เพรสชั่นนิสม์(expressionism) ภาพแบบคิวบิสม์(Cubism) ภาพนามธรรม(abstractionism) และภาพกึ่งนามธรรม (Semi-abstractionism) ด้านการถ่ายภาพ ทรงถ่ายภาพมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ทรงฝึกฝนด้วยพระองค์เองจนทรงเป็นนักถ่ายภาพที่ทรงพระปรีชาสามารถยิ่ง ทรงคิดค้นหาเทคนิคใหม่ๆ ในการถ่ายภาพอยู่เสมอ เช่น ภาพสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมวงศานุวงศ์ และที่สำคัญภาพถ่ายสถานที่ที่พระองค์เสด็จไปทรงงานในท้องถิ่นทุรกันดานต่างๆ เพื่อนำมาประกอบพระราชกรณียกิจด้านการพัฒนา จนเกิดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ เป็นต้น เนื่องในโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๕ พรรษา กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ได้จัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ ดังต่อไปนี้ ๑.วันที่ ๓ ธันวาคม ศกนี้ เวลา ๐๙.๐๐ – ๒๑.๓๐ น. ณ หออัครศิลปิน จังหวัดปทุมธานี เชิญร่วมงานเฉลิมพระเกียรติ "อัครศิลปิน” ๕ ธันวาคม ๒๕๕๕ "พาพ่อไปหอศิลป์ เทิดพระเกียรติอัครศิลปิน รวมใจศิลป์ถวายพระพร” ชมนิทรรศการภาพถ่าย "พ่อลูกผูกผัน” การแสดงศิลปวัฒนธรรม ๒.วันที่ ๕ ธันวาคม ศกนี้ เวลา ๒๐.๐๐ น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เชิญชมการแสดงมหาอุปรากรเฉลิมพระกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่อง "เตมีย์ใบ้” (The Silent Prince) ประพันธ์ดนตรีและคำร้องโดย สมเถา สุจริตกุล ศิลปินศิลปาธรกิตติคุณ ซึ่งเป็นเรื่องราวของพระโพธิสัตว์ ๑๐ ชาติ ก่อนเสวยพระชาติเป็นพระพุทธเจ้าในทศชาติชาดกมาถ่ายทอดเป็นมหาอุปรากรแบบมาตรฐานสากล (เปิดให้เข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย) ๓.โครงการ "ทศพิธราชธรรม” เป็นการนำหลักทศพิธราชธรรม ๑๐ ประการ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวใช้ในการปกครองบ้านเมือง มาสร้างสรรค์เป็นบทเพลงเฉลิมพระเกียรติฯ ในโอกาส ๘๕ พรรษา ประพันธ์คำร้องโดยศิลปินแห่งชาติ นายชาลี อินทรวิจิตร นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ทั้งนี้ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ขอเชิญประชาชนทั่วไปเข้าร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว พร้อมร่วมถวายพระพรออนไลน์ได้ที่ www.culture.go.th ******************* |