กรมส่งเสริมวัฒนธรรม
DEPARTMENT OF CULTURE PROMOTION

ข่าวสาร >> ข่าวประชาสัมพันธ์ RSS

กวช.แถลงผลการคัดเลือกศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๕๙


วันที่ 15 ธ.ค. 2559
          วันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๙ ณ ห้องประชุม ๑ ชั้น ๑๙ วธ. ภายหลังการประชุมคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้แถลงผลการคัดเลือกศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๕๙ ที่ได้รับการยกย่อง จำนวน ๑๒ คน ดังนี้
 
๑. สาขาทัศนศิลป์ จำนวน ๔ คน ได้แก่

๑.๑ นางคำสอน สระทอง (ประณีตศิลป์ - ทอผ้า)
       คำประกาศเกียรติคุณ                                                      

๑.๒ นายเดโช บูรณบรรพต (ภาพถ่าย)

๑.๓ นางลาวัณย์ อุปอินทร์ (จิตรกรรม)

๑.๔ รองศาสตราจารย์เสนอ นิลเดช (สถาปัตยกรรมไทยประเพณี)
๒. สาขาวรรณศิลป์ จำนวน ๔ คน ได้แก่

๒.๑ นายกิตติศักดิ์ มีสมสืบ

๒.๒ นางชูวงศ์ ฉายะจินดา

๒.๓ นายธัญญา สังขพันธานนท์

๒.๔ ศาสตราจารย์พิเศษ เรืองอุไร กุศลาสัย
๓. สาขาศิลปะการแสดง จำนวน ๔ คน ได้แก่

๓.๑ นายธนิสร์ ศรีกลิ่นดี (ดนตรีไทยสากล)

๓.๒ นางบัวเรียว รัตนมณีภรณ์(การแสดงพื้นบ้าน-ช่างฟ้อน)

๓.๓ นายสมบัติ เมทะนี(ภาพยนตร์และละครโทรทัศน์)

๓.๔ นายหะมะ แบลือแบ (มะยะหา) (การแสดงพื้นบ้าน – ดีเกร์ฮูลู)
         
            ประธานกวช.กล่าวต่อว่า ผู้ที่ได้รับยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ จะได้รับค่าตอบแทน เดือนละ ๒๕,๐๐๐ บาท ค่ารักษาพยาบาลตามระเบียบราชการ รวมทั้งมีค่าช่วยเหลือเมื่อประสบสาธารณภัย ครั้งละไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท และหากเสียชีวิตจะมีค่าช่วยเหลืองานบำเพ็ญกุศลศพ ๒๐,๐๐๐ บาท เงินช่วยเหลือค่าจัดทำหนังสือเผยแพร่ผลงานเมื่อเสียชีวิตไม่เกิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท เป็นต้น
 
          ทั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรมโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จะทำหนังสือขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาสนำศิลปินแห่งชาติพุทธศักราช ๒๕๕๙ ทั้ง ๑๒ คนเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร รับพระราชทานเข็มและโล่เชิญชูเกียรติ ในวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ ซึ่งเป็นวันศิลปินแห่งชาติ หรือวัน เวลาใดตามแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
 
          นอกจากนี้ ยังได้จัดงานเชิญชูเกียรติศิลปินแห่งชาติ อันประกอบด้วย จัดงานเลี้ยงแสดงความยินดี จัดนิทรรศการและสื่อเผยแพร่ชีวประวัติและผลงานของศิลปินแห่งชาติ ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย และสื่ออื่นๆต่อไป
 
          ในการนี้ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รองประธานกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กวช.) เปิดเผยถึงเกณฑ์การคัดเลือกศิลปินแห่งชาติ ประกอบด้วย ๓ หลักเกณฑ์ใหญ่ ดังนี้
 
          เกณฑ์ที่ ๑. คุณสมบัติของศิลปินแห่งชาติ
          มี ๖ ประการ ได้แก่ เป็นผู้มีสัญชาติไทยและยังมีชีวิตอยู่ในวันประกาศยกย่อง / เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญ และมีผลงานดีเด่นเป็นที่ยอมรับของวงการศิลปะในสาขานั้น / เป็นผู้สร้างสรรค์และพัฒนาศิลปะในสาขาที่ได้รับการประกาศยกย่อง / เป็นผู้ผดุง ถ่ายทอด เผยแพร่ หรือเป็นต้นแบบศิลปะในสาขาที่ได้รับการประกาศยกย่อง / เป็นผู้มีคุณธรรม ทุ่มเท และเสียสละเพื่องานศิลปะ / และเป็นผู้มีผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและมนุษยชาติ
 
          เกณฑ์ที่ ๒. คุณค่ามาตรฐานผลงานศิลปะของศิลปินแห่งชาติ
          ผลงานต้องสื่อให้เห็นถึงคุณค่าในความดี ความจริง ความงาม อารมณ์ และคุณค่าทางจิตวิญญาณ แสดงออกถึงแนวคิด สร้างพลังความรู้และพัฒนาสติปัญญาแก่มนุษยชาติ ก่อให้เกิดความรู้สึกสะเทือนอารมณ์ และส่งเสริมจินตนาการ และเป็นผลงานสร้างสรรค์มีเอกลักษณ์ มีทักษะสูงส่ง มีกลวิธีเชิงสร้างสรรค์ ไม่แสดงเจตนาหรือจงใจคัดลอกหรือเลียนแบบผลงานของผู้อื่นทั้งเปิดเผยและแอบแฝง เกณฑ์ที่
 
          ๓. การเผยแพร่และการยอมรับคุณค่าผลงานของศิลปินแห่งชาติ
          ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นศิลปินแห่งชาติ จะต้องมีการเผยแพร่ผลงานและได้รับการยอมรับ คุณค่าในผลงาน ดังนี้ เป็นผลงานที่ได้รับการจัดแสดง ถ่ายทอดหรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนอย่างต่อเนื่อง มีหลักฐาน อ้างอิง โดยเป็นผลงานที่แสดงให้เห็นถึงแนวคิด พัฒนาการทางงานศิลปะอย่างเด่นชัด และเป็นผลงานได้รับรางวัล หรือเกียรติคุณระดับภูมิภาค ระดับชาติ หรือระดับนานาชาติ ซึ่งมีกระบวนการพิจารณาที่มีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับ ซึ่งการคัดเลือกศิลปินแห่งชาติ จะทำการคัดเลือกใน ๓ สาขา ได้แก่
 
          ๑. สาขาทัศนศิลป์ หมายถึง ศิลปะที่มองเห็นได้ด้วยตา แบ่งเป็น วิจิตรศิลป์ และประยุกต์ศิลป์ วิจิตรศิลป์ ได้แก่ จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ สื่อผสม และภาพถ่าย ส่วนประยุกต์ศิลป์ ได้แก่ สถาปัตยกรรมแบบประเพณีและร่วมสมัย / มัณฑศิลป์ / การออกแบบผังเมือง / การออกแบบอุตสาหกรรม และประณีตศิลป์ เป็นต้น
 
          ๒. สาขาวรรณศิลป์ หมายถึง บทประพันธ์ที่แต่งอย่างมีศิลปะทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง มีองค์ประกอบที่สำคัญคือ ความรู้สึกสะเทือนใจ ความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการและกลวิธีเสนอเรื่องที่น่าสนใจ
 
          ๓. สาขาศิลปะการแสดง หมายถึง ศิลปะที่มีการแสดง ซึ่งเป็นได้ทั้งวิจิตรศิลป์ ประยุกต์ศิลป์ รวมทั้งศิลปะพื้นบ้าน ได้แก่ การแสดง ดนตรี และการแสดงพื้นบ้าน โดยแบ่งเป็น ๓ กลุ่ม ดังนี้ ๓.๑ ดนตรีไทยและนาฏศิลป์ไทย ๓.๒ ดนตรีสากลและนาฏศิลป์สากล ๓.๓ ภาพยนตร์และละคร
   
          จึงขอเชิญชวนเยาวชนและประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.culture.go.th หรือทาง www.facebook.com/DCP.culture (เฟสบุ๊ค กรมส่งเสริมวัฒนธรรม)
 
 
ลิขสิทธิ์ของ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม สำหรับใช้ประโยชน์เพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมและการศึกษา
นโยบายเว็บไซต์ | นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของเว็บไซต์