กรมส่งเสริมวัฒนธรรม
เว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้
font size small font size normal font size big
หน้าแรก
Search


ข่าวสาร >> ภาพกิจกรรม
สวธ.ติวเข้มสร้างความรู้ความเข้าใจ โขน : รามายณะ มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมร่วมในอาเซียน

วันที่ 9 มิ.ย. 2559

          กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จัดเสวนา เรื่อง โขน : รามายณะ มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมร่วมอาเซียน เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องราวของโขน และกระบวนการเตรียมการเรื่องส่งรายชื่อมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทย ขึ้นบัญชีเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของโลก โดยเริ่มจากเสนอโขนเข้าสู่การพิจารณาเป็นรายการแรก
 
          เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๙ นางพิมพ์รวี วัฒนวรางกูร อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดการเสวนา เรื่อง โขน : รามายณะ มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมร่วมอาเซียน เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องราวของโขน ความหมายและความสำคัญของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม รวมถึงการเตรียมการเรื่องส่งรายชื่อมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทย ขึ้นบัญชีเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของโลก โดยเฉพาะเรื่องโขนนาฏศิลป์ชั้นสูงที่เก่าแก่ของไทย ที่สวธ. ได้เตรียมความพร้อมในการเสนอรายการมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ โดยกระบวนการภายในประเทศเอง โดยได้ประกาศให้โขนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๒ สนับสนุนให้มีการสืบทอดมรดก ภูมิปัญญาโขน รวมทั้งดำเนินการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลโขนอย่างครบถ้วนทั้งในฐานะนาฏศิลป์ งานหัตถศิลป์ และประณีตศิลป์ที่สำคัญของชาติ อาทิ หัวโขน เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ และการจัดสร้างฉาก โดยผ่านกระบวนการ มีส่วนร่วมของชุมชน พร้อมทั้งเตรียมทำเอกสารแบบฟอร์ม และสื่อวีดิทัศน์ ตามเกณฑ์การพิจารณาของยูเนสโก เพื่อใช้ในการเสนอรายการต่อไป
 
          โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร.ธีรภัทร์ ทองนิ่ม ผู้ช่วยอธิการบดี สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ให้ความรู้เรื่องความเป็นมาของโขน นายบุญเตือน ศรีวรพจน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวรรณกรรมพื้นบ้านและภาษา : เล่าถึงวรรณกรรมในโขน ดร.สุรัตน์ จงดา อาจารย์ประจำวิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และผู้ช่วยผู้อำนวยการผลิตโขนพระราชทาน มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ :.ให้ความรู้ด้านศิลปะการแสดงโขน และ นางสาวิตรี สุวรรณสถิตย์ ที่ปรึกษากระทรวงวัฒนธรรม : ให้ความรู้เรื่องมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมและอนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ของยูเนสโก
 
          อนึ่ง โขน เป็นนาฏศิลป์ชั้นสูงที่เก่าแก่ของไทย ตามหลักฐานจากจดหมายเหตุของลาลูแบร์ ราชทูตฝรั่งเศสสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้กล่าวถึงการเล่นโขนว่า เป็นการเต้นออกท่าทางเข้ากับเสียงซอและเครื่องดนตรีอื่นๆ ผู้เต้นสวมหน้ากากและถืออาวุธ โขนพัฒนามาจากศิลปะการแสดงหลายแขนงด้วยกัน คือนำวิธีเล่นและวิธีแต่งตัวบางอย่างมาจากการเล่นชักนาคดึกดำบรรพ์ นำท่าต่อสู้โลดโผน ท่ารำท่าเต้นมาจากกระบี่กระบอง และนำศิลปะการพากย์ การเจรจา เพลงและเครื่องดนตรีที่ใช้ประกอบกิริยาอาการของผู้แสดงที่เรียกว่าเพลงหน้าพาทย์มาจากการแสดงหนังใหญ่ ลักษณะสำคัญของโขนอยู่ที่ผู้แสดงต้องสวมหัวโขนหมด ทุกตัว ยกเว้น ตัวพระ ตัวนาง และตัวเทวดา มีต้นเสียงและลูกคู่ร้องบทให้ มีคนพากย์และเจรจา แสดงเรื่องรามเกียรติ์แต่เพียงอย่างเดียว
          ปัจจุบัน การแสดงโขน ได้แพร่หลายกลายเป็นมหรสพของชาติ ซึ่งประชาชนทั่วไปมีส่วนร่วมในความเป็นเจ้าของในฐานะมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ มีการเรียนการสอนในทุกระดับ มีคณะนักแสดงทั้งในรูปเอกชนและองค์กรของรัฐ เช่น กองการสังคีต กรมศิลปากร รวมทั้งยังมีการสืบทอดต่อเนื่องทั้งในระบบและนอกระบบการศึกษา อาทิ การสอนที่สถาบันคึกฤทธิ์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และมหาวิทยาลัยต่างๆ
          โดยที่ประเทศในกลุ่มอาเซียนต่างมีมรดกร่วมที่มีความคล้ายคลึงกันซึ่งมหากาพย์รามายณะของอินเดียนั้น ถือเป็นวรรณกรรมที่มีอิทธิพลต่ออุษาคเนย์ในหลายด้าน ทั้งสถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม หรือแม้แต่ในด้านวรรณกรรมเอง โดยแต่ละประเทศจะจัดแสดงรามายณะในเนื้อเรื่องตามแบบฉบับและรูปแบบที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง สำหรับโขนของไทยเป็นการแสดงที่ดำเนินตามเรื่องรามเกียรติ์ ซึ่งเป็นรามายณะแบบไทย แต่ก็เป็นวรรณกรรมที่มีรากฐานมาจากมหากาพย์รามายณะของอินเดีย และเป็นรากวัฒนธรรมเดียวกันของอาเซียน
ลิขสิทธิ์ของ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม สำหรับใช้ประโยชน์เพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมและการศึกษา
นโยบายเว็บไซต์ | นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของเว็บไซต์ | การปฏิเสธความรับผิด (Disclaimer)