กรมส่งเสริมวัฒนธรรม
เว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้
font size small font size normal font size big
หน้าแรก
Search


ข่าวสาร >> บทความ
กิจกรรมดนตรีไทย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์

วันที่ 31 พ.ค. 2561
 
          มนุษย์มีวิวัฒนาการ ดนตรีก็มีการพัฒนาไปตามมนุษย์ เพราะดนตรีเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นและอยู่คู่กับมนุษย์มาทุกยุคทุกสมัย จากความหลากหลายทางชาติพันธุ์ในโลกใบนี้ รวมถึงความแตกต่างทางด้านภูมิศาสตร์ ภูมิอากาศ อาหารการกิน การดำรงชีพ และการนับถือศาสนา ทำให้ดนตรีมีความหลากหลายแตกต่างกันไป มีการจัดจำแนกคุณลักษณะเฉพาะเป็นเครื่องดนตรีประเภทต่าง ๆ เครื่องดีด เครื่องสี เครื่องตี เครื่องเป่า เครื่องลมไม้ เครื่องลมทองเหลือง เครื่องลิ่มนิ้ว ฯลฯ มีวิธีการบรรเลงเครื่องดนตรีและวิธีการขับร้องที่แตกต่างกันไป มีการสืบทอด ส่งต่อ เป็นวัฒนธรรมการดนตรีของแต่ละชาติพันธุ์
 
          ดนตรีไทยเป็นวัฒนธรรมแขนงหนึ่ง สามารถบ่งชี้ถึงเอกลักษณ์ประจำชาติและความเป็นไทย ได้อย่างชัดเจน วัฒนธรรมดนตรีของไทยมีคุณลักษณะเฉพาะพิเศษแตกต่างไปจากวัฒนธรรมดนตรีของชนชาติอื่น องค์ประกอบของดนตรีในทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นจังหวะ ทำนอง สีสันของเสียง การประสานเสียง คีตนิพนธ์ ล้วนมีลักษณะแตกต่างไปจากดนตรีของชาติอื่นทั้งสิ้น
 
          ดนตรีไทยจำแนกได้เป็น ๒ ประเภท คือ ดนตรีไทยตามแบบแผนและดนตรีไทยพื้นบ้าน เช่น
 
          - ภาคเหนือ วงสะล้อซอซึง วงปี่ชุม วงแห่กลองตึ่งโนง วงกลองสะบัดชัย วงกลองปูเจ่ ฯลฯ
          - ภาคอีสาน แคนวง แคนวงประยุกต์ วงโป่งลาง วงพิณ วงกลองยาวอีสาน ฯลฯ
          - ภาคกลาง วงดนตรีไทยตามแบบแผน ประกอบไปด้วย วงเครื่องสาย วงปี่พาทย์ และวงมโหรี
          - ภาคใต้ วงกาหลอ วงรองเง็ง วงโต๊ะครึม วงดนตรีมโนราห์ วงดนตรีหนังตะลุง ฯลฯ
 
          ในยุคสมัยแรก ๆ การถ่ายทอดความรู้ด้านดนตรีไทย อยู่ในรูปแบบของมุขปาฐะ คือการบอกเล่าให้จำ ทำให้ดูแล้วทำตาม สังเกต จำแบบ (ครูพักลักจำ) ฯลฯ สถานที่ให้ความรู้ หรือศูนย์รวมแหล่งความรู้มีอยู่ ๓ แหล่งหรือ ๓ สายด้วยกัน คือ สายบ้าน สายวัดและสายวัง ต่อมาดนตรีไทยสายวังได้สลายไปพร้อมกับ การเปลี่ยนแปลงทางการปกครอง ดนตรีไทยสายวัดถูกจำกัดด้วยกฎวินัยสงฆ์ เหลือแต่เพียงดนตรีไทยสายบ้านเท่านั้น ยังคงมีบทบาทและทำหน้าที่ในการสืบทอดอยู่
 
          เมื่อมีการจัดการศึกษาตามอย่างของตะวันตก สถานศึกษาเริ่มเข้ามามีบทบาทในสังคม ส่งเสริมให้คนรู้จักการเสาะแสวงหาความรู้ และนำความรู้ไปพัฒนาให้ชีวิตมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ความรู้ต่าง ๆ รวมศูนย์อยู่ในสถานศึกษาทั้งรัฐและเอกชน ปัจจุบันสถานศึกษาในระดับชั้นต่าง ๆ ในระบบและนอกระบบ องค์กรของรัฐ องค์กรของเอกชน ชมรมฯ มูลนิธิฯ และสมาคมที่เกี่ยวข้องกับดนตรีไทย ได้เข้ามามีบทบาทในการอนุรักษ์สืบทอดดนตรีไทยในหลายรูปแบบมากขึ้น
 
          ดนตรี มีคุณประโยชน์ต่อมนุษย์เป็นอย่างมาก มีผลสรุปที่ชัดเจน อ้างอิงจากงานวิจัยจากทั่วโลกในหลายปีที่ผ่านมา พบว่า ดนตรีสามารถพัฒนาผู้เรียนทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม ช่วยในการประสานงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย ความสามารถทางเห็น การได้ยิน สร้างสมาธิ ความจำ เชาว์ปัญญา และความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
 
          จากการไหลบ่าทางวัฒนธรรมของชาติตะวันตกเข้ามาสู่ประเทศไทย ทั้งในอดีตและปัจจุบันส่งผลให้เกิดค่านิยมในการเรียนดนตรีสากล เยาวชนคนรุ่นใหม่ของชาติหันหลังให้กับการศึกษาด้านดนตรีไทย โดยให้เหตุผลว่า เชย ล้าสมัย ไม่ตอบโจทย์ในชีวิตประจำวัน สื่อสารมวลชน รายการทีวี วิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์ มีแต่รายการประกวดขับร้องเพลงสากล เพลงไทยสากล ประกวดวงดนตรีสากลสารพัดแชมป์
 
          ด้วยสภาพสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง นำไปสู่ระบบการจัดการทางด้านการศึกษา แบบไทย ๆ เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในการจัดการศึกษา ระหว่างโรงเรียนในเมืองและโรงเรียนนอกเมือง โรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนขนาดกลาง และโรงเรียนขนาดใหญ่ ปัจจุบัน เมื่อมีนโยบายให้โรงเรียนเน้นความเป็นวิชาการโดยเฉพาะสายวิทยาศาสตร์ ลดความสำคัญของวิชาสายสังคมศาสตร์ เริ่มจากการยุบและควบรวม วิชาทัศนศิลป์ วิชาดนตรี และวิชานาฏศิลป์ รวมเป็นกลุ่มสาระศิลปะ จาก ๓ ชั่วโมงต่อ ๑ สัปดาห์ เหลือเพียง ๑ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ทำให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการเรียนการสอนดนตรีไทยน้อยลงไปอีก จะเห็นได้ว่า ศิลปการด้านดนตรีไทย อันเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญยิ่งของชาติ ถูกลดทอนความสำคัญลงตั้งแต่ระดับรากหญ้า รากหญ้าของเราคือเยาวชน เยาวชนคือคนรุ่นใหม่ เมื่อไม่สร้างที่เยาวชน ผลที่เกิดในภายภาคหน้าคงไม่ต้องอธิบาย ดนตรีไทยของคนไทยคงถูกแทนที่ด้วยดนตรีสากลตามอย่างชาติตะวันตก เป็นแน่แท้
 
          จากการสำรวจสภาวการณ์ การส่งเสริมการเรียนการสอนดนตรีไทยและดนตรีพื้นบ้าน ในสถานศึกษา พบว่า โรงเรียนส่วนมากขาดความพร้อมในด้านการจัดการ เริ่มจากนโยบายของผู้บริหาร ไม่เอาดนตรีไทย ไม่ส่งเสริมและไม่สนับสนุน ให้เรียนเฉพาะวิชาดนตรีตามหลักสูตรแกนกลาง ซึ่งเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนขนาดกลาง โรงเรียนขนาดใหญ่ หรือโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ ใช้เหมือนกันทั่วประเทศ คือ เรียนดนตรีในกระดาษ ไม่มีชั่วโมงปฏิบัติ
 
          ครูผู้สอนวิชาดนตรีไทยและดนตรีพื้นบ้าน รวมถึงครูผู้สอนวิชานาฏศิลป์และทัศนศิลป์ ส่วนมากไม่ได้เรียนจบมาตามวิชาที่สอน เรียกว่าไม่ตรงวิชาเอกและไม่ตรงความถนัด แต่ต้องทำหน้าที่สอน ก็ต้องขวนขวายไปร่ำเรียนแสวงหาความรู้เพิ่มเติมเอาเอง ท่ามกลางความขาดแคลนงบประมาณในการสนับสนุน ขาดเครื่องดนตรี ที่จะใช้เรียน ขาด ๆ ๆ ฯลฯ เป็นที่มาของคำว่า "ครูมือเปล่า” ขนาดครูยังมือเปล่า นักเรียนยิ่งไม่มีทางเลือก ได้เรียนเท่าที่สถานศึกษาจัดให้ และจากแบบสำรวจสภาวการณ์ การส่งเสริมการเรียนการสอนดนตรีไทยและดนตรีพื้นบ้านในสถานศึกษา พบว่า ท่ามกลางความขาดแคลน ท่ามกลางวิกฤต ปัญหารอบด้าน กลับมีสถานศึกษาหลายแห่ง ทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ใช้วิกฤตเป็นโอกาส สามารถใช้การบริหาร ใช้การจัดการ แก้ปัญหาได้อย่างน่าสนใจ นำพาโรงเรียนที่ไม่มีความพร้อม ขาดทั้งครูบุคคลากร ขาดงบประมาณ ขาดสื่อการเรียนการสอน มาทำให้เกิดความพร้อมได้ และมีผลการปฏิบัติเป็นเชิงประจักษ์ได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมาย นักเรียนทุกคน สามารถเล่นเครื่องดนตรีไทยได้อย่างน้อย ๑ ชนิด สามารถออกแสดงได้ทั้งแบบเครื่องเดี่ยว แบบรวมวง และเข้าประกวดดนตรีไทยรายการต่าง ๆ สามารถนำมาขยายผลเป็นโรงเรียนต้นแบบ (Model) ทางด้านการจัดการศึกษาดนตรีในสถานศึกษา
 
          กระทรวงวัฒนธรรม มีนโยบายให้เด็กไทยทุกคนสามารถเล่นดนตรีไทยได้อย่างน้อยคนละ ๑ ชนิด กรมส่งเสริมวัฒนธรรมจึงได้จัดทำกิจกรรมโรงเรียนดนตรีไทย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ประจำปี พ.ศ.๒๕๖๑ ขึ้นเป็นปีแรก เพื่อตอบสนองนโยบายดังกล่าว ลงสู่การปฏิบัติให้บังเกิดเป็นรูปธรรม รวมถึงสามารถแก้ไขปัญหาและตอบสนอง ความต้องการได้รับการสนับสนุนส่งเสริมการเรียนการสอนดนตรีไทยอย่างตรงประเด็น
 
          ดังนั้น กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้กำหนดให้สถานศึกษาที่สนใจ ทั้งในระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา และระดับขยายโอกาสทางการศึกษา สมัครเข้ารับการคัดเลือก เพื่อเฟ้นหาโรงเรียนต้นแบบ (Model) ทางด้านการจัดการศึกษาดนตรีในสถานศึกษา
 
          มีสถานศึกษาสมัครเข้าร่วมโครงการจำนวน ๒๙๙ โรงเรียน จากการคัดเลือกตามเกณฑ์และตัวชี้วัดที่คณะกรรมการกำหนดขึ้น รวมถึงการลงภาคสนามไปดูของจริง ตามโรงเรียนที่ผ่านการคัดเลือกในเบื้องต้นแบบเชิงประจักษ์ โดยมีโรงเรียนที่ผ่านการคัดเลือกเป็นโรงเรียนนำร่อง โครงการโรงเรียนดนตรีไทย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์จำนวน ๙ โรงเรียน ดังนี้
 
          ระดับประถมศึกษา
          ขนาดเล็ก  โรงเรียนบ้านจันทึง จังหวัดชุมพร
          ขนาดกลาง โรงเรียนบ้านท่าชะอม จังหวัดอุทัยธานี
          ขนาดใหญ่
 
โรงเรียนอนุบาลปทุมธานี
 
จังหวัดปทุมธานี
 
          ระดับขยายโอกาส
          ขนาดเล็ก โรงเรียนวัดลำเหย จังหวัดนครปฐม
          ขนาดกลาง โรงเรียนบ้านป่ากล้วย จังหวัดสุโขทัย
          ขนาดใหญ่
 
โรงเรียนสามเสนนอก (ประชาราษฎร์อนุกูล)
 
กรุงเทพมหานคร
 
          ระดับมัธยมศึกษา
          ขนาดเล็ก โรงเรียนคีรีเวสรัตนเพียรอุปถัมภ์ จังหวัดตราด
          ขนาดกลาง โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย สุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
          ขนาดใหญ่ โรงเรียนพรหมานุสรณ์ จังหวัดเพชรบุรี
 
          ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการจัดทำโครงการโรงเรียนดนตรี ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์
          จากการนำเสนอโมเดลโรงเรียนดนตรีไทย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ประจำปี ๒๕๖๑ ของโรงเรียน ในระดับประถมศึกษา ระดับขยายโอกาสทางการศึกษา และระดับมัธยมศึกษา เป็นโรงเรียนที่มีขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ จำนวน ๙ แห่ง โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิเป็นผู้พิจารณา สรุปปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการจัดทำโครงการโรงเรียนดนตรี ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ทั้งความเหมือนและความแตกต่าง ดังนี้
 
          ผู้บริหารสถานศึกษา
ผู้บริหารและฝ่ายวิชาการ มองเห็นตรงกันถึงความสำคัญในการพัฒนาผู้เรียน ใช้การเรียน การสอนดนตรีไทยเป็นสื่อ มีการประชุมร่วมระหว่าง ผู้บริหาร ฝ่ายวิชาการ ครูผู้สอน กรรมการสถานศึกษา นำหลักการพัฒนาผู้เรียน มาสู่การกำหนดนโยบายในการบริหาร กำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ การจัดการด้านบุคคลากร ด้านงบประมาณ รวมไปถึงการกำหนดรายวิชาดนตรีไทยลงในตารางเวลาเรียนแบบเต็มชั่วโมง ตลอดทั้งปีการศึกษา (๔๐ ชั่วโมง) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเรียนการสอนในวิชาดนตรีไทย และยังได้กำหนดกิจกรรมดนตรีไทยไว้ในช่วงลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ กำหนดกิจกรรมดนตรีไทยไว้ในชั่วโมงชุมนุมดนตรีไทย สนับสนุนการซ้อมดนตรีไทยในเวลาและนอกเวลาราชการ สนับสนุนกิจกรรมการแสดงที่เกี่ยวกับดนตรีไทย
 
          ครูผู้สอน
          ผู้บริหาร ฝ่ายวิชาการ ครูผู้สอน และคณะกรรมการสถานศึกษา ได้ร่วมวางแผนกำหนดอัตรากำลัง กำหนดภารกิจ ครูผู้สอนดนตรีไทย ครูผู้ช่วย ครูประจำชั้น วิทยากรภายนอก และภูมิปัญญาท้องถิ่น ดังนี้
           ๑) ครูผู้สอนดนตรีไทย เป็นกำลังหลักในการสอนดนตรีไทย ในชั่วโมงดนตรีไทย ในเวลาเช้าก่อนเข้าแถว ในชั่วโมงกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ ในชั่วโมงกิจกรรมชุมนุมดนตรีไทย
           ๒) ครูผู้ช่วย ช่วยสอนในกรณีดูผู้เรียนเป็นรายบุคคล ช่วยคุมซ้อมดนตรีในช่วงเวลาต่าง ๆ
           ๓) ครูประจำชั้นทุกห้องเรียน ช่วยซ้อมดนตรีในช่วงเวลาเช้าก่อนเข้าเรียน
           ๔) วิทยากรภายนอก เป็นกำลังเสริม ช่วยเติมเต็ม
           ๕)ภูมิปัญญาท้องถิ่น ช่วยสอนเสริม เติมเต็มตามภูมิปัญญา
 
          ผู้เรียน
          ครูผู้สอน จำแนกผู้เรียนออฃกเป็น ๓ กลุ่ม เก่ง กลาง และอ่อน เพื่อสะดวกในการเติมเต็ม ในรายบุคคล โดยเฉพาะกลุ่มเด็กพิเศษที่ต้องมีการเอาใจใส่เป็นกรณีเฉพาะ นอกจากสอนวิชาดนตรีแล้ว ยังต้องสอนคุณธรรมจริยธรรมควบคู่กันไปในระหว่างเรียน โดยเฉพาะโครงการ "พี่สอนน้อง” เป็นการเปลี่ยนประสบการณ์ของผู้เรียน จากผู้รับเป็นผู้ให้ นักเรียนที่ผ่านโครงการเหล่านี้ จะมีความเข้าใจในเรื่องของกระบวนการการถ่ายทอด ทำให้เข้าใจวิถีของวิชาดนตรีไทยได้อย่างลึกซึ้ง
 
          กรรมการบริหารสถานศึกษา/ชุมชน
          ผู้บริหาร ฝ่ายวิชาการ ครูผู้สอน คณะกรรมการสถานศึกษา และชุมชน ได้ร่วมวางแผนในการจัดหาเครื่องดนตรี สื่อ วัสดุอุปกรณ์ ประกอบการเรียนการสอน ประสานขอวิทยากรภายนอกจากโรงเรียนใกล้เคียงหรือโรงเรียนเครือข่ายที่มีครูเอกดนตรีโดยตรง ติดต่อขอภูมิปัญญาที่อยู่ในท้องถิ่น ตลอดจนการระดมจัดตั้งกองทุนเช่นทอดผ้าป่าเพื่อการศึกษา
 
          องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
          ผู้บริหาร ประสานขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงาน จากองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ทั้งในระดับตำบล ระดับเทศบาล และระดับจังหวัด
 
          องค์กรเอกชน
          ผู้บริหาร ประสานขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงาน จากชุมชน ห้างร้าน โรงงานอุตสาหกรรม องค์กรเอกชนต่าง ๆ
 
          เครื่องดนตรีไทยและวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
          การสอนดนตรีไทย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ยาก ที่สำคัญคือต้องมีเครื่องดนตรีเพียงพอต่อจำนวนผู้เรียน ทั่วถึง และมีราคาไม่แพง เครื่องดนตรีที่เหมาะกับนักเรียนในแต่ละช่วงชั้น สามารถเรียงตามลำดับได้ ดังนี้
 
    
          ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
ขลุ่ยหลิบ ขลุ่ยเพียงออ ขับร้อง เป็นพื้นฐาน
ถ้ามีความพร้อม จะตามด้วยอังกะลุง ขิม เครื่องตีบางชนิด
 
          ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ขลุ่ยเพียงออ ขับร้อง เป็นพื้นฐาน
ถ้ามีความพร้อม จะตามด้วยอังกะลุง ขิม เครื่องตีทุกประเภท
 
          ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ - ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ขลุ่ยเพียงออ ขับร้อง เป็นพื้นฐาน
ถ้ามีความพร้อม สามารถเล่นเครื่องดนตรีได้ทุกชนิด
เช่น ระนาดเอก ระนาดทุ้ม ฆ้องวงเล็ก ฆ้องวงใหญ่ ซอด้วง
ซออู้ จะเข้ ขิม ขลุ่ย อังกะลุง กลองยาว ฯลฯ
 
          ในท้ายสุด ผู้เรียนดนตรีไทยทุกคน มีความสุขสมวัย มีพัฒนาการทางด้านร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ ในด้านบวก พัฒนาความสามารถทางการเห็น การได้ยิน สร้างสมาธิ ความจำ เชาว์ปัญญา อยู่ร่วมในสังคมได้อย่างมีความสุข
 
          ติดตามอ่านโมเดลโรงเรียนดนตรีไทย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ประจำปี ๒๕๖๑ ทั้ง ๙ โรงเรียน จากเอกสาร สื่อสิ่งพิมพ์ ของกรมส่งเสริมวัฒนธรรมในลำดับต่อไป
 
 
 
-------------------------------------------------------
 
ดร.สมชาย เอี่ยมบางยุง
โรงเรียนวัดบ้านไร่(ประชานุกูล)
ผู้ทรงคุณวุฒิในการจัดทำกิจกรรมโรงเรียนดนตรีไทย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์
ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๑
ลิขสิทธิ์ของ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม สำหรับใช้ประโยชน์เพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมและการศึกษา
นโยบายเว็บไซต์ | นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของเว็บไซต์ | การปฏิเสธความรับผิด (Disclaimer)