กรมส่งเสริมวัฒนธรรม
เว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้
font size small font size normal font size big
หน้าแรก
Search




           กระทรวงวัฒนธรรม โดย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ประกาศรายชื่อ "บูรพศิลปิน” แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เป็นศิลปินผู้ล่วงลับซึ่งเคยสร้างสรรค์ผลงานอันทรงคุณค่าจนเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชน ๓ สาขาประกอบด้วย สาขาทัศนศิลป์ สาขาวรรณศิลป์ และสาขาศิลปะการแสดง จำนวน ๒๔๑ คน เพื่อเผยแพร่เกียรติคุณให้สาธารณะเห็นความสำคัญในผลงานของศิลปินเหล่านั้น ที่เคยสร้างสรรค์ผลงานอันทรงคุณค่าไว้ให้แผ่นดิน ณ ห้องประชุม ๑ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
          วันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๙ เวลา ๑๔.๐๐ น. นางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าวประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติ บูรพศิลปิน พุทธศักราช ๒๕๕๙ กล่าวว่า โครงการยกย่องเชิดชูเกียรติ ศิลปินผู้ล่วงลับจัดขึ้นเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินผู้ล่วงลับไปแล้วที่มีผลงานสร้างสรรค์อันเป็นประโยชน์ต่องานวัฒนธรรม และเพื่อเผยแพร่ผลงานและภูมิปัญญาของศิลปินผู้ล่วงลับให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสังคม โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อศิลปินผู้ล่วงลับว่า "บูรพศิลปิน” อันมีความหมายว่า ศิลปินที่ควรแก่การเคารพยกย่องซึ่งล่วงลับไปแล้ว เพื่อเผยแพร่เกียรติคุณให้สาธารณะเห็นความสำคัญในผลงานของศิลปินเหล่านั้น อันจะนำไปสู่การรัก หวงแหน และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของชาติสืบไป
          โดยกำหนดให้วันที่ ๒๑ กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยเป็นวันประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติ "บูรพศิลปิน” ซึ่งในปีนี้ ได้ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติ "บูรพศิลปิน” "ยุคสมัยกรุงรัตนโกสินทร์”จำนวน ๒๔๑ คน อาทิ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปกฯ พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีผลงานพระราชนิพนธ์ทำนองเพลงไทยที่เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป เช่น เพลงราตรีประดับดาวเถา เพลงโหมโรงคลื่นกระทบฝั่ง นอกจากนี้ยังมีศิลปินทั่วไปโดยแบ่งเป็นสาขาต่างๆ ได้แก่ สาขาวรรณศิลป์เช่น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ซึ่งมีผลงานที่มีชื่อเสียง คือ นวนิยายเรื่อง ปริศนา นายโชติ แพร่พันธุ์ หรือ ยาขอบ มีผลงานที่มีชื่อเสียง คือ ผู้ชนะสิบทิศและ พระธรรมโกศาจารย์ หรือท่านพุทธทาสภิกขุ สาขาทัศนศิลป์ เช่น พระยาอนุศาสน์จิตรกร (จันทร์ จิตรกร) มีผลงานวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังพระราชวังสนามจันทร์ และวัดสุวรรณดารามรองศาสตราจารย์แสงอรุณ รัตกสิกร มีผลงานออกแบบสวนรัฐสภา และประติมากรรมประดับสวนโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน นายประยูร จรรยาวงษ์ เป็นผู้ให้กำเนิดตัวการ์ตูน "ศุขเล็ก” ตัวการ์ตูนล้อเลียนบุคลิกของนักมวยชื่อดัง สุข ปราสาทหิน พิมาย สาขาศิลปะการแสดง เช่น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล มีผลงานที่มีชื่อเสียง เช่น ถ่านไฟเก่า ปิดทองหลังพระ พันท้ายนรสิงห์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร นางชนอ นิลประสิทธิ์ หรือ ชวลี ช่วงวิทย์ นักร้องคู่ขวัญกับครูเอื้อสุนทรสนาน พันจ่าอากาศโทพิเชษฐ์ ชัยบัญชา หรือ มิตร ชัยบัญชา
          ด้าน ม.ร.ว.จักรรถ จิตรพงศ์ ประธานกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิฯได้กล่าวถึงขั้นตอนการดำเนินการคัดเลือก "บูรพศิลปิน” ว่า คณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขา ได้พิจารณาคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกศิลปินผู้ล่วงลับ จากนั้น จึงขอความอนุเคราะห์หน่วยงานและสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ตลอดจนประกาศเชิญชวนผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ให้จัด ส่งข้อมูลของศิลปิน ผู้ล่วงลับเข้ามาพิจารณาคัดเลือกและประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติเป็น "บูรพศิลปิน” ซึ่งได้รับความร่วมมือที่ดียิ่ง สำหรับหลักเกณฑ์ในการคัดเลือก มีดังนี้
๑. เป็นผู้สร้างสรรค์ด้วยเชาว์ปัญญาทางศิลปะเฉพาะตน ด้วยโยงอารมณ์ ความรู้สึกและสุนทรียภาพทางศิลปะให้ปรากฏแก่สังคมอย่างต่อเนื่องยาวนานในยุคสมัยนั้น ๆ และเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวาง
๒. เป็นศิลปินชั้นครู ผู้ถ่ายทอดหรือแสดงผลงานให้เป็นที่ประจักษ์และยอมรับอย่างกว้างขวาง
๓. มีคุณธรรม จริยธรรม ในการสร้างสรรค์ผลงานที่ยังประโยชน์ต่อสังคม ประเทศชาติทั้งในระดับชาติ หรือนานาชาติ
๔. เป็นที่รัก และเป็นกัลยาณมิตรที่ดีของประชาชน
๕. เป็นผู้ที่เกิดก่อน พ.ศ. ๒๔๗๘
 
ส่วนคุณสมบัติของศิลปินผู้ล่วงลับ ประกอบด้วย
๑. มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด หรือในกรณีที่เป็นต่างชาติ ต้องมีผลงานเผยแพร่เป็นที่ประจักษ์ในไทยและเสียชีวิตแล้ว
๒.มีผลงานเป็นที่ประจักษ์หรือได้รับการประกาศเกียรติคุณ เป็นที่ยอมรับในสังคมในสาขาที่ได้รับการยกย่อง
๓.มีผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและวัฒนธรรมของชาติ
 
         นางนันทวัน เมฆใหญ่ สุวรรณปิยะศิริ ผู้แทนทายาท นายกำธร สุวรรณปิยะศิริ บูรพศิลปิน พุทธศักราช ๒๕๕๙ เล่าถึงความรู้สึกว่า รู้สึกยินดีที่หน่วยงานราชการให้ความสำคัญและยังระลึกถึงศิลปินผู้ที่ได้สร้างสรรค์ผลงานฝากไว้ในแผ่นดิน ซึ่งถึงแม้ท่านเหล่านั้นจะเสียชีวิตไปแล้วก็ตามในฐานะผู้แทนของทายาทบูรพศิลปินต้องขอขอบคุณกระทรวงวัฒนธรรมที่ได้เปิดโอกาสให้คนรุ่นหลังได้มีโอกาสศึกษา เรียนรู้ ประวัติและผลงานของบูรพศิลปินว่าท่านเหล่านั้นได้สร้างคุณูปการในเรื่องใดบ้าง อันจะนำมาซึ่งความซาบซึ้ง เห็นคุณค่า และนำไปสู่การอนุรักษ์สิ่งเหล่านั้นให้คงอยู่ต่อไป           
          กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม มีกำหนดจัดงานประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติ "บูรพศิลปิน” ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๙ ภาคเช้า เริ่มตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐ น. พิธีสงฆ์โดยการทำบุญอุทิศให้บูรพศิลปิน การถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ ณ ห้องนิทรรศการหมุนเวียน ภาคบ่าย พิธีเปิดนิทรรศการประวัติและผลงานของบูรพศิลปิน พุทธศักราช ๒๕๕๙ จำนวน ๒๔๑ คน ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยนิทรรศการดังกล่าว นอกจากจะมีประวัติ ผลงานของบูรพศิลปินแล้ว กระทรวงวัฒนธรรมยังได้รับความกรุณาจากทายาทของบูรพศิลปินจัดส่งผลงานหรือรางวัลที่บูรพศิลปินเคยได้รับมาจัดแสดงในนิทรรศการดังกล่าวอีกด้วย หลังจากนั้นเวลา ๑๕.๐๐ น. จะเป็นการแสดงของทายาทบูรพศิลปิน โอกาสนี้ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ขอเชิญชวน ทายาท ลูกศิษย์ รวมถึงผู้เกี่ยวข้องและผู้สนใจทั่วไปเข้าร่วมกิจกรรมในงานประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติ "บูรพศิลปิน” ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๙ ตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐ น. เป็นต้นไป ณ ห้องนิทรรศการหมุนเวียน ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย อนึ่ง การจัดงานประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติ ครั้งที่ ๑ เมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๘ จำนวน ๑๘๗ คน ซึ่งเป็นศิลปินที่เกิดในยุคสมัยกรุงสุโขทัยจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พ.ศ. ๒๔๖๘ และในปีพุทธศักราช ๒๕๕๙ คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้พิจารณาคัดเลือกศิลปินผู้ล่วงลับที่เคยฝากผลงานอันทรงคุณค่าไว้ให้กับแผ่นดินจนเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย จำนวน ๒๔๑ คน
ลิขสิทธิ์ของ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม สำหรับใช้ประโยชน์เพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมและการศึกษา
นโยบายเว็บไซต์ | นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของเว็บไซต์ | การปฏิเสธความรับผิด (Disclaimer)