กรมส่งเสริมวัฒนธรรม
เว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้
font size small font size normal font size big
หน้าแรก
Search




          กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดการประกวดดนตรีและการแสดงพื้นบ้าน รอบชิงชนะเลิศ พร้อมพิธีรับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พุทธศักราช ๒๕๕๙ เมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๙ ณ โรงละครเคแบงก์ สยามพิฆเนศ กรุงเทพมหานคร

          นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ ที่ทรงเสียสละบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่ออนุรักษ์ ส่งเสริมงานด้านวัฒนธรรมของชาติอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนและเยาวชนหันมาสนใจในศิลปวัฒนธรรมไทย และด้วยพระปรีชาสามารถในงานด้านวรรณศิลป์ ทัศนศิลป์ วิจิตรศิลป์ และสังคีตศิลป์ คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ จึงได้ทูลเกล้าฯ ถวายพระสมัญญา "วิศิษฏศิลปิน” ศิลปิน ผู้มีอัจฉริยภาพซึ่งทรงมีคุณูปการต่อประชาชนชาวไทยและศิลปินไทยเป็นอย่างยิ่ง

          ด้านนายดำรงค์ ทองสม รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรมโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จึงได้ดำเนินการจัดประกวดดนตรีและการแสดงพื้นบ้านต่อเนื่องมาเป็นเวลา ๙ ปี และได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศการประกวดมาโดยตลอด ในโอกาสนี้ จึงได้จัดพิธีรับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รางวัลชนะเลิศการประกวดดนตรีและการแสดงพื้นบ้าน พุทธศักราช ๒๕๕๙ หน้าพระฉายาลักษณ์ จำนวน ๔ ประเภท ประกอบด้วย วงสะล้อ ซอ ซึง วงลิเก วงหมอลำ และวงโนรา
อนึ่ง เพื่อเป็นการอนุรักษ์สืบสานดนตรีและการแสดงพื้นบ้านของไทยไม่ให้สูญหาย พร้อมพัฒนารูปแบบการแสดงให้ทันสมัยเป็นที่สนใจของคนปัจจุบัน ในปีนี้จึงมีการจัดประกวดใน ๔ ประเภท ประกอบด้วย วงสะล้อ ซอ ซึง วงลิเก วงหมอลำ และวงโนรา ศิลปะการแสดงอันเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ขึ้นชื่อของแต่ละภูมิภาค และที่สำคัญนักดนตรี นักร้อง และนักแสดง ของคณะที่เข้าประกวดประเภทต่างๆ เป็นเยาวชน อายุตั้งแต่ ๑๓ - ๒๕ ปี โดยรอบชิงชนะเลิศนี้ มีวงที่ผ่านการประกวดรอบคัดเลือกประเภทละ ๓ วง รวม ๑๒ วง ที่มาบรรเลงดนตรีและประชันการแสดงกันแบบสุดฝีมือ
ผลการประกวดรอบชิงชนะเลิศใน ๔ ประเภท ดังต่อไปนี้
ประเภทลิเก
รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ คณะลิเกเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง
รองชนะเลิศ อันดับ ๑ ได้แก่ คณะนาฏดนตรีเมืองอู่ข่าว จังหวัดอ่างทอง
รองชนะเลิศ อันดับ ๒ ได้แก่ คณะชโลมจิต ชนะใจ จังหวัดสุพรรณบุรี
ประเภทวงสะล้อ ซอ ซึง
รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ คณะฆ้องแสนเสียง จังหวัดเชียงใหม่
รองชนะเลิศ อันดับ ๑ ได้แก่ คณะกัลยาณี ศรีล้านนา จังหวัดลำปาง
รองชนะเลิศ อันดับ ๒ ได้แก่ คณะเบิกฟ้าเวียงพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่
ประเภทวงหมอลำ
รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ คณะหนุ่มปริญญาสาวมหาลัย จังหวัดขอนแก่น
รองชนะเลิศ อันดับ ๑ ได้แก่ คณะสังข์เงิน จังหวัดอุบลราชธานี
รองชนะเลิศ อันดับ ๒ ได้แก่ คณะศรีดอกเกษ จังหวัดศรีสะเกษ
ประเภทวงโนรา
รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ คณะพงศาเจริญศิลป์ จังหวัดนครศรีธรรมราช
รองชนะเลิศ อันดับ ๑ ได้แก่ คณะลีลาศิลป์ จังหวัดสงขลา
รองชนะเลิศ อันดับ ๒ ได้แก่ คณะโนราเจษฎา ศุภชัย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
          ทั้งนี้ วงที่ชนะการประกวดรอบชิงชนะเลิศ จะได้รับรางวัลดังนี้ รางวัลชนะเลิศได้รับถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเกียรติบัตร และเงินรางวัล ๖๐,๐๐๐ บาท รองชนะเลิศอันดับ ๑ ได้รับถ้วยพร้อมเงินรางวัล ๕๐,๐๐๐ บาท รองชนะเลิศอันสองถ้วยพร้อมเงินรางวัล ๔๐,๐๐๐ บาท และรางวัลชมเชย ๒ รางวัลๆละ ๒๐,๐๐๐ บาท โดยวงที่ชนะเลิศการประกวดทุกประเภท จะได้บันทึกเทปการแสดงเพื่อจัดทำวีดิทัศน์ ทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ และจะได้มีโอกาสเผยแพร่ดนตรีและการแสดงพื้นบ้านให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในโอกาสต่างๆ ต่อไป
ลิขสิทธิ์ของ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม สำหรับใช้ประโยชน์เพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมและการศึกษา
นโยบายเว็บไซต์ | นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของเว็บไซต์ | การปฏิเสธความรับผิด (Disclaimer)