กรมส่งเสริมวัฒนธรรม
เว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้
font size small font size normal font size big
หน้าแรก
Search




กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จัดประชุมวิชาการทางวัฒนธรรมแห่งชาติ หัวข้อ "พลังวัฒนธรรมเพื่อการขับเคลื่อนประเทศไทย” เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้จากงานวิจัยและวิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้องกับงานวัฒนธรรม ที่มีคุณค่าแก่ผู้ที่สนใจ ก่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจและเกิดการต่อยอดนำไปใช้ประโยชน์ รวมถึงการสร้างจิตสำนึกรักและภาคภูมิใจในวัฒนธรรมไทยแก่ประชาชนทั่วไป ณ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ กรุงเทพฯ

วันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๕๙ ณ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ นางพิมพ์รวี วัฒนวรางกูร อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการทางวัฒนธรรมแห่งชาติ "วิจัยวัฒนธรรม ครั้งที่ ๖” กล่าวว่า ปัจจุบัน รัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับการพัฒนาประเทศ สู่ยุทธศาสตร์การเป็น "ประเทศไทย ๔.๐” โดยกระทรวงวัฒนธรรม ได้กำหนดกรอบการใช้วัฒนธรรมเพื่อการพัฒนาใน ๓ มิติ คือ การสร้างคนดีและสังคมดีด้วยมิติ ทางวัฒนธรรม การสร้างรายได้และความมั่งคั่งจากทุนและทรัพยากรทางวัฒนธรรม รวมทั้งใช้วัฒนธรรมเพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ เกียรติภูมิและความสัมพันธ์อันดีกับต่างประเทศ ซึ่งแนวทางการพัฒนาทั้ง ๓ มิติดังกล่าว มีความสอดคล้องกับโมเดลการพัฒนาประเทศไทยสู่ประเทศไทย ๔.๐ ของท่านนายกรัฐมนตรี และทิศทางการพัฒนาประเทศตามร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ รวมถึงยุทธศาสตร์ชาติในระยะ ๒๐ ปี ดังกล่าวข้างต้น

การพัฒนาประเทศไทยสู่ประเทศ ๔.๐ จำเป็นต้องขับเคลื่อนการพัฒนาบนฐานของความรู้ ภูมิปัญญาและนวัตกรรม ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมมีส่วนเกี่ยวข้องและมีบทบาทสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ วัฒนธรรมและบริการที่มีมูลค่าสูง ภารกิจดังกล่าวนี้แม้ว่ากระทรวงวัฒนธรรมจะดำเนินการมาโดยตลอด แต่หากจะพัฒนาตามแนวทางประเทศไทย ๔.๐ จะต้องมี การวิจัยและพัฒนาการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ และพัฒนานวัตกรรม เพื่อสร้างคุณค่าและมูลค่าให้แก่สินค้าและบริการทางวัฒนธรรมดังกล่าวเพิ่มมากขึ้นใน ๔ ลักษณะที่สำคัญ คือ อยู่บนพื้นฐานของความรู้และภูมิปัญญา มีความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม มีความโดดเด่นหรือสร้างความแตกต่าง รวมทั้งมีตัวตนที่เป็นเอกลักษณ์หรือตราสินค้าที่ชัดเจนและเพื่อขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาประเทศไทยสู่ประเทศไทย ๔.๐ อย่างเป็นรูปธรรม กระทรวงวัฒนธรรมจะส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ วัฒนธรรม และบริการที่มีมูลค่าสูง โดยเริ่มจากสินค้าและการบริการทางวัฒนธรรมที่มีศักยภาพ ๕ F ประกอบด้วย ๑) อาหาร (Food) ๒) ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ (Film) ๓) การออกแบบและแฟชั่น (Fashion) ๔) มวยไทย (Fighting) และ ๕) เทศกาล ประเพณี (Festival) โดยจะร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในลักษณะการสานพลังประชารัฐ เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการดังกล่าว ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและลูกค้า เชื่อมโยงความร่วมมือทั้งภายในและภายนอกประเทศ เช่น ประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม CLMV รวมถึงกลุ่มประเทศ ASEAN และ ASEAN+6 ทั้งนี้ จำเป็นต้องมีการกำหนดเป้าหมายและยุทธศาสตร์การพัฒนาในเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง ต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม

ดังนั้น การจัดประชุมวิชาการทางวัฒนธรรมของชาติ "วิจัยวัฒนธรรมพลังวัฒนธรรมเพื่อการขับเคลื่อนประเทศไทย” นับเป็นแนวทางที่สำคัญในการนำความรู้ของท่านทั้งหลาย เพื่อนำการวิจัยและพัฒนามาขับเคลื่อน มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ความคิดและประสบการณ์เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศไทย ๔.๐ ต่อไป การเผยแพร่ผลงานวิจัยภายใต้หัวข้อ "พลังวัฒนธรรมเพื่อการขับเคลื่อนประเทศไทย” โดยผ่านการเสวนาและการนำเสนอผลงานวิจัยในวันนี้ จึงถือว่าเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ที่จะมีส่วนช่วยให้ทุกท่านได้เกิดความเข้าใจอันดีในเรื่องของวัฒนธรรม โดยเฉพาะวัฒนธรรมที่อยู่ในวิถีชีวิตของเรา เช่น ศิลปะการแสดง งานช่างฝีมือ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน รวมถึงวัฒนธรรมของกลุ่มชนและกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ และการท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรม ซึ่งเป็นมิติใหม่ของการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม นางพิมพ์รวี กล่าวทิ้งท้าย

ด้านนางสุนันทา มิตรงาม รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวถึงรูปแบบการจัดงานว่า การจัดงานในครั้งนี้ แบ่งออกเป็น ๒ ช่วง โดยภาคเช้าเป็นการบรรยายและอภิปรายโดยผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรม คือ ศาสตราจารย์ ดร. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ให้เกียรติมาบรรยายพิเศษในหัวข้อ การขับเคลื่อนพลังวัฒนธรรมเพื่อการขับเคลื่อนประเทศไทย หลังจากนั้น เป็นการอภิปรายในหัวข้อ "พลังวัฒนธรรม : การขับเคลื่อนโดยชุมชน” และการเสวนาในหัวข้อ "พลังของงานวิจัยทางวัฒนธรรม” โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการวิจัยทางวัฒนธรรมของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ส่วนภาคบ่าย เป็นการนำเสนอผลงานวิจัยจากนักวิจัยวัฒนธรรม ทั้งที่ได้รับทุนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยต่างๆ

โดยแบ่งการนำเสนอผลงานวิจัยเป็น ๓ ห้อง ประกอบด้วย ห้องที่ ๑ : เรื่อง ศิลปะกับการขับเคลื่อนวัฒนธรรม ห้องที่ ๒: เรื่อง ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ และ ห้องที่ ๓: เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชน ทั้งนี้ในการนำเสนอดังกล่าวจะมีผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านการวิจัยวัฒนธรรมให้เกียรติมาให้ข้อเสนอแนะต่อผลงานวิจัย รวมถึงการนำผลการวิจัยไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน ๓๐๐ คน ประกอบด้วย เครือข่ายทางวัฒนธรรม ทั้งในส่วนราชการและภาคประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นักวิชาการ นิสิต นักศึกษา จากสถาบันการศึกษาต่างๆ และประชาชนที่สนใจงานวัฒนธรรม

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดประชุมครั้งนี้จะสามารถเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจรวมถึงการสร้างความตระหนักในคุณค่าของวัฒนธรรมและภูมิปัญญา โดยผ่านการศึกษาวิจัย การจัดการ องค์ความรู้ด้านวัฒนธรรม และเผยแพร่องค์ความรู้ทางด้านวัฒนธรรมแก่สาธารณชนไม่มากก็น้อย
ลิขสิทธิ์ของ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม สำหรับใช้ประโยชน์เพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมและการศึกษา
นโยบายเว็บไซต์ | นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของเว็บไซต์ | การปฏิเสธความรับผิด (Disclaimer)